Home Healthy Please “Crystal Healing” พลังหินบำบัด กับจักระทั้ง 7 ของร่างกาย

“Crystal Healing” พลังหินบำบัด กับจักระทั้ง 7 ของร่างกาย

ความเชื่อเรื่องคริสตัล หรือหิน ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แถมยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมขึ้นไปอีกหลากหลายแขนง ครั้งนี้เราอยากให้โฟกัสไปที่เรื่องของพลังงานจากคริสตัล หรือพลังงานจากหินแบบแรกเริ่ม เพื่อนำไปสู่การบำบัดเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงแบบองค์รวม อันเป็นอีกแนวทางของแพทย์ทางเลือกทั้งหลายประเทศในแถบเอเชีย และหลายประเทศทั่วโลกกำลังนิยมเป็นอย่างมากก่อนดีกว่า

ใจความสำคัญที่ทำให้เกิดความเชื่อเรื่องพลังงานจากหิน เนื่องจากว่าหิน คริสตัล รวมทั้งอัญมณีต่าง ๆ ซึ่งมีการกำเนิดมาพร้อมกับโลก ในรูปแบบที่แตกต่าง กระบวนการฟอร์มตัวที่แตกต่างกัน และผ่านเวลาจนมาถึงในปัจจุบันที่ยาวนานมากพอกับการกำเนิดโลก ในแง่ของหลักธรณีและปฐพีวิทยา ผสานกับแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย จึงพอจะสรุปอย่างสังเขปได้ว่า เหล่าหินดังกล่าวในข้างต้นนั้นมีพลังงานที่สะสมมานานร่วมล้านปี (เท่าการเกิดของโลก ซึ่งต้องเป็นหินที่เกิดในธรรมชาติจริง และไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่นการเผา หรือเติมสารเคมีลงไป) โดยเมื่อหินที่นำมาใช้บำบัดรักษาได้รับการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะความร้อน แสง เสียง แรงกดอัด รวมทั้งพลังงานต่าง ๆ จากร่างกายมนุษย์นั้น จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหินก้อนนั้น ๆ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้แพทย์ทางเลือกใช้พลังงานหิน มาใช้ในการรักษาและบำบัดอาการเจ็บป่วย โดยมีหลักการเบื้องต้นคือการวางหินตามจักระทั้ง 7 ของมนุษย์ (ตามความเชื่อของศาสตร์ตะวันออก) ที่เชื่อว่าจุดต่าง ๆ ทั้ง 7 จุดตามจักระนั้นมีความสำคัญและเชื่อมโยงกันทั้งร่างกายและจิตใจ หากจุดใดจุดหนึ่ง หรือหลายจุดมีความผิดปกติ หรือเจ็บป่วยก็จะส่งผลทั้งหมด การบำบัดด้วยคริสตัล (ในปัจจุบันที่มีการผสมผสานกับแพทย์ยุคปัจจุบัน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในขณะนี้) มีขั้นตอนคือการานำหิน หรือคริสตัล วางลงบนตำแหน่งของจักระทั้ง 7 ในระยะเวลาอันเหมาะสม (ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่หรือนักบำบัดที่ผ่านกรอบรมมาอย่างถูกต้อง) หากหินแต่ละก้อนไม่มีความเปลี่ยนแปลง ในเบื้องต้นหมายความว่าร่างกายและจิตใจของผู้รับการบำบัดอยู่ในสภาวะปกติแข็งแรง แต่หากหินมีความผิดปกติ เช่น เปลี่ยนสีไปจากเดิม มีความร้อนสูงผิดปกติ ในบางกรณีมีไอน้ำเกิดขึ้นที่ตัวหินในปริมาณสูง จะถูกตั้งข้อสงสัยเบื้องต้นว่าจักระในบริเวณดังกล่าวมีความผิดปกติ นักบำบัดจะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อการรักษาที่ถูกต้องร่วมด้วย

 

7 จักระ และ 7 คริสตัลที่นำมาใช้ ได้แก่

1 มูละธารณะ หรือจักระที่ 1 บำบัดด้วย Jasper 

เป็นบริเวณระหว่างอวัยวะเพศและทวารหนัก อันเป็นรากฐานของจักระทั้งหมดของร่างกาย ว่าด้วยกลไกการสืบพันธุ์ของมนุษย์

2 สวาธิษฐานะ หรือจักระที่ 2 บำบัดด้วย Citrine

บริเวณปลายก้นกบ ศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังทางเพศ การขับของเสียออกจากร่างกาย โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งเพศชายและหญิง

3 มณีปุระ หรือจักระที่ 3 บำบัดด้วย Green Aventurine

อยู่บริเวณแนวสะดือยึดโยงกับกระดูกสันหลัง ศูนย์กลางของร่างกาย อันมีความข้องเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียโดยตรง โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอวัยวะภายในช่องท้อง อาทิ ลำไส้ กระเพาะอาหาร

4 อะนาหตะ หรือจักระที่ 4 บำบัดด้วย Rose Quartz

ช่วงบริเวณของหัวใจ ศูนย์กลางของความรัก อารมณ์ความรู้สึกที่เกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับโรคของระบบการหมุนเวียนเลือด หัวใจ และเส้นเลือด

5 วิศทะ หรือจักระที่ 5 บำบัดด้วย Lapis Lazuli

บริเวณช่วงคอ หรือแนวไหล่ จักระแห่งระบบทางเดินหายใจ และความผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังต่าง ๆ

6 อะชะ หรือจักระที่ 6 บำบัดด้วย Amethyst

จักระบริเวณหน้าผาก ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้สติปัญญา ซึ่งมักเกิดความเครียด ความผิดปกติของระบบประสาท

7 สหสราระ หรือจักระที่ 7 บำบัดด้วย Clear Quartz

จักระบนสุดของร่างกาย อยู่บริเวณกลางกระหม่อม (ลากเป็นเส้นตรงพาดกลางใบหน้า) เป็นจุดศูนย์รวมของทุกจักระในร่างกาย และยังเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติและโรคที่เกิดกับเส้นประสาทบนใบหน้า อวัยวะในช่องปาก สมอง ตา หู และความผิดปกติที่นอกเหนือจากจักระอื่น เช่น ต่อมทอนซิล หรือระบบกล้ามเนื้อเป็นต้น

ทั้งนี้ Crystal Healing หรือศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยหิน คริสตัล หรืออัญมณี ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาตามแนวทางของแพทย์ทางเลือก เพื่อเป็นไปในการรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ โดยมี Crystal Healing ตามจักระ เป็นเพียงการบำบัดเพื่อคลายพลังงานที่ไม่ดีหรือผิดปกติ ที่เกิดขึ้น ณ จักระใดจักระหนึ่งเพื่อบรรเทา และนำไปปรับไลฟ์สไตล์หลังรับการบำบัดเพื่อสร้างความแข็งแรงเท่านั้น หากมีความผิดปกติรุนแรงจนเจ็บป่วย ในสถานบำบัดหลายแห่งก็ยังคงแนะนำให้รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

 

ภาพประกอบ

www.energymuse.com

Comments