Home Interior Addict 5 ปีมีครั้ง! “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020” นิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ!

5 ปีมีครั้ง! “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020” นิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ!

งานนิทรรศการโลกจะเกิดขึ้นในปีหน้า 2020 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2020 ถึงวันที่10 เมษายน 2021 ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการประกาศเมืองที่เป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2013 ในตอนนั้นประเทศไทยได้เสนอตัวเข้าเป็นเจ้าภาพ โดยใช้พื้นที่ในเขตศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ในการจัดงานครั้งนี้เช่นเดียวกัน แต่โดนตัดสิทธิ์ออกเนื่องจากไม่ได้รับเอกสารการยืนยันจากประเทศไทยนั่นเอง

 

การจัดงาน world expo ถือว่าเป็นงานแสดงนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติอันดับ 3 ของโลก รองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุก 5 ปี และในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ Jabel Ari เมืองท่าที่ตั้งอยู่ระหว่างอาบูดาบีและดูไบ บนพื้นที่ 438 เฮกเตอร์ (ประมาณ 4,380,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 2,737.5 ไร่ หรือ 4.38 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานโดยใช้พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากการจัดงานที่ประเทศจีนในปี 2010 (ใช้พื้นที่การจัดงาน 523 เฮกเตอร์) และที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 1904 (ใช้พื้นที่การจัดงาน 515 เฮกเตอร์) งานในครั้งนี้มี 135 ประเทศที่เข้าร่วมจัดงาน คาดว่าจะมีผู้เข้าชม 25,000,000 คนภายในหกเดือนที่จัดแสดงงาน 30% มาจากคนในประเทศ และ 70% มาจากนักท่องเที่ยว

ในการจัดงานครั้งนี้ HOK Architects ที่ได้รับการตัดสินให้เป็นผู้ชนะการออกแบบ Master Plan ใน concept “เชื่อมความคิด สร้างอนาคต : Connecting Minds, Creating The Future” นำเสนอนวัตกรรมภายใต้สามหัวข้อย่อย ๆ ได้แก่

  1. โอกาส (Opportunity)
  2. การขับเคลื่อน (Mobility)
  3. ความยั่งยืน (Sustainability)

ภาพจาก : www.dezeen.com

โดยพื้นที่การจัดงานจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน สร้างเรียงตัวกันจำลองการจัดวางในตลาดอาหรับแบบดั้งเดิม ที่รู้จักกันในชื่อซุก (Souk) จะถูกวางตำแหน่งที่ขอบด้านนอก  และพื้นที่แสดงนิทรรศการจะตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลาง เพื่อกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมสำรวจพื้นที่ทั้งหมดโดยมีจุดศูนย์กลางเป็น Pavillion หลัก ชื่อว่า Al Wasl Plaza ที่ออกแบบโดย Adrian Smith + Gordon Gill Architecture หมายถึงการเชื่อมต่อ หรือเชื่อมโยง มีลักษณะเป็นโดมโครงสร้างเหล็ก มีลักษณะเหมือนเปลือกอาคารที่สามารถมองเห็นทะลุผ่านกันได้ 360 องศา จากทั้งภายนอกและภายใน ตัวอาคารมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 เมตร สูง 65 เมตร ถ้ามองด้านบนของตัวโดมจะมีหลายลักษณะคล้ายกับโลโก้ของงานนี้ด้วย ภายในที่ประกอบไปด้วยร้านอาหาร, สวน และน้ำตก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังอาคารที่เป็น Theme ย่อยต่าง ๆ ของงานทั้ง 3 ส่วน โดยทางเดินที่เชื่อมไปยังส่วนต่าง ๆ จะมีแผงหลังคาโซลาเซลล์ขนาดมหึมา คลุมทางเดินหลักตลอดทั้งงาน

ซึ่งพาวิลเลี่ยนที่เป็น Theme งานทั้ง 3 ถูกประกาศผลการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ออกแบบตั้งแต่ปี 2016 แล้ว โดยอาคารหลังที่ 1 มาใน Theme “การขับเคลื่อน (Mobility)” ออกแบบโดย Foster + Partners บริษัทสถาปนิกจากลอนดอน  ใช้แนวคิดในการออกแบบมาจากดัชนีการเจริญเติบโตของเมืองมาสดาร์

อาคารหลังที่ 2 มาใน Theme “โอกาส (Opportunity)” ออกแบบโดย BIG (Bjarke Ingels Group) จากความเชื่อที่ว่าชีวิตในเมืองร่วมสมัยนั้นเกิดจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และเทคโนโลยีการสื่อสาร

กลุ่มอาคารกลุ่มที่ 3 มาใน Theme “ความยั่งยืน (Sustainability)” ออกแบบโดย Grimshaw Architects ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน แนวคิดในการออกแบบในครั้งนี้ ต้องการให้โลกเห็นว่า กลยุทธ์ที่เป็นไปได้สำหรับอนาคตที่ยั่งยืน ตัวสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืนจะต้องเป็นตัวอย่างดีด้วย ที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงอาคารที่ให้คนเข้ามาเยี่ยมชมเท่านั้น แต่ “เนื้อหา” ที่เป็นสาระสำคัญของงานในครั้งนี้ต้องแสดงให้โลกเห็นว่า การออกแบบและการวิจัยมาอย่างดี สามารถนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมได้อย่างไร ถึงแม้จะถูกสร้างในเมืองที่มีสภาพอากาศที่รุนแรงอย่างดูไบ

ภาพจาก : www.floornature.com

ซึ่งกลุ่มอาคารทั้งหมดนี้จะถูกใช้งานต่อหลังจากงาน World Expo จบลงในเดือนเมษายน 2564 เพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมอีกด้วย

 

ขอบคุณภาพ จาก :  www.expo2020dubai.com 

 

วัฒนา โกวัฒนาภรณ์

Managing Director / Interior Designer

 

abalance interior design co.,ltd.

Comments