Home Edutainment “10 เมืองเร่งรีบ” สีสันที่ไม่หยุดนิ่งจากชีวิตที่เคลื่อนไหว

“10 เมืองเร่งรีบ” สีสันที่ไม่หยุดนิ่งจากชีวิตที่เคลื่อนไหว

เมื่อมีเมือง Slow Life ให้เราได้เลือกไปท่องเที่ยวกันแบบเนิบช้า พักผ่อนใช้วันเวลาให้ไหลไปโดยไม่ต้องคิดอะไรมากกันแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัส “เมืองเร่งรีบ” กันดูบ้างสักครั้งสองครั้ง ให้ชีวิตพอชุ่มชื่นกันบ้างจะเป็นไร เพราะ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ก็คุ้มค่าที่จะได้ลองไปเปิดหูเปิดตา และเข้าใจชีวิตจาก “ความเร่งรีบ” ให้เราได้กลับมานั่ง “เลือกเฟ้น” ความสุขในแบบฉบับของเราจากรสชาติชีวิตที่หลากหลาย และยิ่งโดยเฉพาะขาเที่ยวแบบ Shopping เติมสีสันให้ชีวิตแล้วล่ะก็ 10 เมืองเร่งรีบที่เราคัดสรรมาเล่าสู่กันฟังนี้ คือ 10 เมืองที่คุณต้องไม่พลาด !!

โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo, Japan)

พูดถึงเมืองเร่งรีบแล้ว ถ้าโตเกียวจะตกอันดับไปก็คงจะใช่ที่ ใครเคยไปเที่ยวโตเกียวคาบเกี่ยวเช้าวันทำงานปกติของคนที่นี่แล้วก็ จะได้เห็นความแน่นขนัดของบริการขนส่งสาธารณะยามเช้าในตำนาน ที่ใคร ๆ ก็ต่างพูดถึง โดยเฉพาะบริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่แน่นกันจนถึงขนาดที่บริษัท โตเกียว เมโทร ผู้ให้บริการรถไฟใต้ดิน ต้องประกาศนโยบายแจกคูปองแลกโซบะและเทมปุระ สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถไฟใต้ดินก่อนช่วงเวลาเร่งด่วนกันเลยทีเดียว!

แต่ก็ต้องบอกว่าชีวิตที่เร่งรีบนี่แหละที่เป็นสีสันสำคัญอย่างหนึ่งของโตเกียว (สำหรับนักท่องเที่ยว) โดยเฉพาะย่านยอดนิยมอย่าง “ชิบูย่า”  “ฮาราจุกุ” ย่าน Shopping ที่เหมือนจะไม่มีวันหลับ ยิ่งโดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่ได้เพลิดเพลินไปกับ Cosplay ตัวการ์ตูนต่าง ๆ ที่วัยรุ่นญี่ปุ่นสรรหากันมาอวดโฉม นอกจากนี้คอการ์ตูนทั้งหลายก็ต้องไม่พลาดย่าน “อากิฮาบาระ” ที่มี Model ของเล่นและ Figure การ์ตูนต่าง ๆ มากมาย ให้กวาดกลับบ้านไปนอนกอดให้ชื่นใจและถ้าเป็นสายกินก็ไม่ต้องห่วงไป ชาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องทำงานหนัก เล่น (เมา) หนักกันอยู่แล้ว “ตลาดอะเมโยโกะ” ในย่านอูเอโนะ จึงพร้อมเปิดรับให้เราไปฝากท้องอยู่เสมอ แถมยังเป็นย่าน Shopping ของฝากขึ้นชื่อจากที่นี่อีกด้วย

ฮ่องกง ประเทศจีน (Hong Kong, China)

เกาะเล็ก ๆ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนแห่งนี้ ไม่เคยปราศจากแสงสีและนักท่องเที่ยวเลยสักครา โดยเฉพาะช่วงเวลา Hong Kong Grand Sale ในราวเดือนมิถุนายน – สิงหาคมของทุกปี ที่เรียกกันว่าลดทั้งเกาะกันไปเลย 70 – 80 % ยั่วยวนขาช้อปทั่วทุกมุมโลกมาหอบหิ้วสินค้าแบรนด์เนมกันให้เต็มพิกัดกระเป๋าโดยสาร ยิ่งโดยเฉพาะหลังจากละครเลือดข้นคนจางได้ลาจอไป ก็เห็นใครต่อใครไป Post ท่าถ่ายภาพตามตัวละครกันอย่างมากมาย

นั่นทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่า เมื่อไปถึงฮ่องกงแล้ว มองไปทางไหนก็เจอแต่ คน คน และคน คนชนิดที่เรียกว่าเดินบนถนนปกติบางครั้งก็ได้เบียดเสียดกันเหมือนแย่งซื้อของเลหลังในตลาดนัดเลยก็ว่าได้ แถมด้วยสภาพภูมิประเทศ ก็ทำให้ที่นี่มีตึกสูงระฟ้าเต็มไปหมด ทุกคนต่างอาศัยใช้ชีวิตในแนวดิ่ง ทุกตารางเมตรบนอากาศสามารถนับแต้มเป็นค่าที่อยู่อาศัยที่ต้องเสีย ไปได้ทั้งหมด แต่ก็มีข้อดี (สำหรับนักท่องเที่ยวอีกแล้ว) ที่เราจะได้สัมผัสสีสันของชีวิตอีกรูปแบบที่หาความเร่งรีบและใช้ประโยชน์ทุกตารางนิ้วขนาดนี้ไม่ได้ ดังนั้นจุดหมายที่ขาเที่ยวสายสีสันบันเทิง Shopping ไม่หยุดนิ่งห้ามพลาดเลยก็คือ ย่าน “คอสเวย์เบย์” และย่าน “เซ็นทรัล” โดยเฉพาะย่านเซ็นทรัลนั้น จะมีการแสดง Symphony of Light” นั่นคือตึกสูงในย่านนั้นจะสลับกันเปิดไฟสลับไปมา ที่ออกแบบให้เข้ากันกับจังหวะเสียงดนตรี เก๋ที่สุด!

นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา (New York City, USA)

“The Big Apple” คำนี้นับว่าเป็นชื่อเล่นที่สมศักดิ์ศรีของมหานครนิวยอร์ก เมืองใหญ่และคงความสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามาตลอดกาล เสมือนเจ้าลูก Apple ผลใหญ่ หอมหวาน ที่ใคร ๆ ต่างแห่มาลิ้มลอง ไขว่คว้าหาโอกาส ยกระดับสถานะทางชีวิต ถึงแม้ค่าครองชีพจะแพง (ระเบิดระเบ้อ) สักแค่ไหนก็ตาม ท้องถนนของเมืองนี้ก็ไม่เคยว่าง พอ ๆ กันกับห้องว่างให้เช่าที่นับว่าเป็นกิจการเสือนอนกินที่แท้ เพราะขึ้นป้ายว่างเมื่อไหร่ ก็มีคนต่อแถวมาขอเช่าเมื่อนั้นนั่นแหละ แต่ด้วยสีสันชีวิตที่เร่งรีบแบบนี้แหละ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์ และซีรีส์หลากหลายเรื่องได้หยิบจับมาปรับเป็นฉากหลังของเรื่อง จนเกิดเป็น Plot โด่งดัง สะท้อนชีวิตสังคมเมืองใหญ่ อย่าง Sex and the City / Maid in Manhattan / The Devil Wears Prada / New Year’s Eve / Confessions of a Shopaholic และอื่น ๆ อีกมากมาย

ดังนั้นสำหรับใครที่ชอบสีสันและความไม่หยุดนิ่งของเมืองใหญ่ การได้ไปตามรอยภาพยนตร์ที่ชื่นชอบในมหานครแห่งนี้ก็เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งย่าน Brooklyn Bridge” ให้เดินกินลมชมบรรยากาศ หรือจะไปเที่ยวCentral Park” ที่นับเป็น Landmark สำคัญของคนรักกิจกรรมกลางแจ้ง ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาต่าง ๆ ทั้งละครกลางแจ้ง หรือจะไปถีบเรือเป็ดชิล ๆ ก็ยังได้ แต่แนะนำว่า ถ้ามาในหน้าร้อนจะยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ หรือถ้าอยากจะชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็เรียนเชิญช่วงฤดูใบไม้ร่วง งามงดอย่าบอกใครเชียว ส่วนสายความรู้ เราก็ขอแนะนำ Cooper Hewitt, Smithsonian Design Museum พิพิธภัณฑ์ด้านการออกแบบที่เก๋ไก๋ ทั้งงานสิ่งพิมพ์ตั้งแต่ยุคแรก ๆ งานออกแบบสถาปัตยกรรม งาน Design เครื่องเรือน ปิดท้ายที่ Time Square” ถ้าไม่มาเราก็ไม่เรียกว่ามาถึงนิวยอร์กนะจ๊ะ Shopping และถ่ายรูปกันให้เพลินใจไปเลย ยิ่งถ้าได้มาเจิมช่วงนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่แล้วล่ะก็ จัดว่าเด็ด!

ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

ใครที่ได้ชมภาพยนตร์ “Crazy Rich Asians” แล้วก็คงได้เห็นภาพความหรูหรา ฟู่ฟ่า พร้อม ๆ กับสีสันของถนนคนเดิน ร้านรวงสองข้างทาง และอาหารชวนอร่อยของสิงคโปร์ให้เกิดกิเลส (ฮ่า) อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศความวุ่นวายของที่นี่สักครั้งในชีวิต แถมสิงคโปร์เองก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านเราสักเท่าไหร่ หนีแอบไปพักใจช่วงเสาร์ – อาทิตย์ขำ ๆ ก็ยังได้

แต่ในความวุ่นวายและชีวิตเร่งรีบตามแบบฉบับของสิงคโปร์นั้น เป็นความวุ่นวายและเร่งรีบที่คิดมาแล้วว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะปัจจุบัน สิงคโปร์  ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูงมาก แม้จะมีความหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา เป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองท่าและเมืองเศรษฐกิจการค้าหลักในแถบเอเชีย ที่ชวนให้รู้สึกว่ามีส่วนผสมทุกอย่างของสาเหตุความวุ่นวายได้ครบครัน แต่ก็เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด เมืองปลอดยาเสพติด และเมืองที่มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัดมากอีกด้วย ผู้ที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่จะถูกปรับให้หลาบจำ ส่วนคนที่ลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศนั้นมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตทันทีแบบไม่ต้องรอลดหย่อนโทษใด ๆ

ดังนั้นสิงคโปร์จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองปลอดภัยที่เชื้อเชิญให้เราไปสัมผัสความวุ่นวายที่สร้างสรรค์มาแล้วอย่างดี ไปสิงคโปร์ทั้งทีก็ต้องห้ามพลาดย่าน Marina Bay” ย่านท่องเที่ยวบริเวณปากอ่าวของสิงคโปร์ เพลิดเพลินไปกับการ Shopping ในร้านรวงหรูหรา ชิมอาหารที่ภัตตาคารรสเลิศ มีโรงละครชั้นนำให้ได้เลือกชมการแสดงละครเวทีระดับโลกที่หมุนเวียนมาแสดงเป็นประจำ และโดยเฉพาะ Marina Bay Sands” รีสอร์ทและคาสิโนเลื่องชื่อให้ไปเสี่ยงโชค (หรือชมวิวเฉยๆก็ได้จ้า) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชิงช้าสวรรค์ยักษ์ (อันนี้เราเรียกเขาเอง) Singapore Flyer” ที่ถูกยกให้เป็นฝาแฝดของ The London Eye อีกด้วย ที่สำคัญไปเยือนย่าน Orchard” และ Universal Studio” ก็จะถือว่าได้มาถึงสิงคโปร์อย่างแท้จริงแล้ว

นิวเดลี ประเทศอินเดีย (New Delhi, India)

เคยเห็นการข้ามถนนและรถยนต์ที่เคลื่อนผ่านแยกอย่างแออัดโดยไม่ต้องใช้ (หรือไม่แคร์) สัญญาณไฟจราจรกันไหม ? หรือภาพขบวนรถไฟที่แน่นขนัดไปทุกส่วนแม้กระทั่งหลังคา ! ไม่นับรวมท้องถนนที่วุ่นวายไปด้วยผู้คน และเสียงแตรรถยนต์ที่เหมือนจะแข่งกันอยู่ตลอดเวลากันหรือไม่ ? ทั้งหมดนี้นั้นเกิดขึ้น (อย่างเป็นเอกลักษณ์) เหมือนพร้อมจะชี้ชัดอยู่เสมอว่า “ที่นี่อินเดีย” ที่นี่คือความวุ่นวายและเร่งรีบที่ไม่เหมือนใครในโลก !

ก็เพราะเขาเร่งรีบกันทุกวัน แม้ในวันที่ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ โดยเฉพาะในนิวเดลี เมืองหลวงแห่งนี้นั้น มีประชากรอยู่กว่า 20 ล้านคน จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะไปไหนก็ได้เห็นแต่ผู้คนขวักไขว่ โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจอย่าง Connaught Place” ดังนั้นการมาเที่ยวนิวเดลีจึงควรเตรียมตัวและเตรียมใจมาเป็นอย่างดี เพราะว่าอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันหากไม่ระวังเอาก็เป็นได้ แต่ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาสัมผัสบรรยากาศความวุ่นวายของที่นี่สักครั้ง เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ก็คุ้มค่าที่จะมาเยือนเช่นกันทั้ง Red Fortหรือป้อมแดง ที่คนอินเดียทั่วไปเรียกว่า ลาล ขีลา ที่สร้างขึ้นจากหินทรายแดง เพื่อเป็นพระราชวังของ “ชาห์ เชฮัน” แห่งราชวงศ์โมกุล (องค์เดียวกับที่ทรงสร้างทัช มาฮาล) เคยเป็นที่ตั้งของบัลลังก์นกยูง หรือที่เรียกว่า Peacock Throne ทำด้วยทองคำแท้ ฝังเพชรนิลจินดาล้ำค่า (บัลลังก์นี้ถูก Nadir Shah กษัตริย์เปอร์เซียที่เข้ามาโจมตีอินเดียนำไปไว้ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน) นอกจากนี้ยังมี “ราษฎร์ปติภวัน” หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย เดิมเคยใช้เป็นวังของอุปราชอังกฤษในสมัยอาณานิคม และยังมี “สวนโมกุล” (Mughal Garden) สวนดอกไม้ที่เปิดให้คนทั่วไปชมเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่ดอกไม้ต่าง ๆ จะงามที่สุดด้วย

โรม ประเทศอิตาลี (Rome, Italy)

“ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม” คำกล่าวแต่อดีตกาลบ่งบอกถึงความสำคัญพร้อม ๆ กับความคับคั่งวุ่นวายที่เกิดขึ้น ณ กรุงโรมแห่งนี้ จนกระทั่งในปัจจุบัน เมืองหลวงของอิตาลีแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่คับคั่งไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยความที่เป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ทำให้มีชาวคริสตจักรโรมันคาทอลิกหลั่งไหลมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของที่นี่ก็ยังดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้มาสัมผัสกับศิลปะ ประวัติศาสตร์ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยกรีก – โรมัน บนแผ่นดินนี้ จนเรียกได้ว่าที่นี่คืออู่อารยธรรมศิลปะตะวันตกที่สำคัญแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทั้ง “โคลอสเซียม” (Colosseo) สนามกีฬา สนามประลอง และโรงละครแห่งอาณาจักรโรมันโบราณ หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่นี่เราจึงไม่ควรเรียกว่าแวะชม เพราะถ้ามีเวลาให้เลือกชมสถานที่สำคัญเพียงแห่งเดียวในครั้งแรกที่มาเยือนโรม คุณต้องมาที่นี่ หรือ “มหาวิหารแพนธีออน” (Pantheon) มหาวิหารที่สร้างมาตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตกาล ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะไปนั่งเล่นมองผู้คนและศิลปินเปิดหมวกที่ “บันไดสเปน” (Spanish Steps) ซึ่งจะนั่งเล่นเฉย ๆ หรือ Shopping เสื้อผ้าแบรนด์เนมตลอดสองฝากฝั่งให้ล้มละลายกันไปข้างหนึ่งก็ตามแต่ใจปรารถนา ก่อนจะปิดท้ายวันกันงาม ๆ ที่ย่าน “ตราสเตเวเร” (Trastevere) ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ผับบาร์ ในบรรยากาศสุดโรแมนติก และทั้งหมดนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่โรมจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เร่งรีบ แต่ก็สวยงามชวนหลงใหลในคราวเดียว

ปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France)

ปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศสผู้ครองตำแหน่ง “มหานครแห่งแฟชั่นโลก” ใคร ๆ ที่ได้ยินคำว่าปารีส ก็ย่อมจะต้องนึกถึงแสงสี วูบวาบฉับไว และความนำสมัยที่ส่งตรงมาจากความคิดสร้างสรรค์ของ Designer ชื่อดังทั่วโลกที่ตบเท้ามาอวดโฉมพร้อมกำหนดทิศทางแฟชั่นแห่งยุคใน Paris Fashion Week รูปแบบชีวิตของผู้คนในเมืองนี้จึงเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่าน ร้อนแรง ทว่ามีสไตล์ ที่บางครั้งก็สะท้อนออกมาอย่างง่าย ๆ แต่แพงมากกกก

Lifestyle ที่อยู่ใกล้ของสวยของงาม แบบนี้นี่แหละที่ทำให้หลายคนอยากจะมาลงหลักปักฐานที่นี่ หรือไม่ก็มาสัมผัสปารีสสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็พอ การได้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของเมืองบน “หอไอเฟล” (Eiffel Tower หรือ La tour Eiffel) เพลิดเพลินไปกับศิลปะของ “มหาวิหารนอเทรอดาม” (Notre Dame Cathedral หรือ Notre Dame de Paris) เข้าชม “พิพิธภัณฑ์ลูฟร์” (Louvre Museum หรือ Musée du Louvre) ที่จัดแสดงและรักษางานศิลปะไว้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก่อนจะไปเดินเล่น Shopping ตามประสาคนมีอันจะกินที่ถนน “ฌ็องเซลิเซ่” และ “ประตูชัยนโปเลียน” (Champs-Élysées & Arc de Triomphe) นับว่าเป็น “A Must” ที่ต้องไปโดนในชีวิตนี้ให้ได้

มอสโก ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia)

เมืองที่ได้ชื่อว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรป แค่เท่านี้ก็การันดีความเร่งรีบและวุ่นวายของผู้คนในยามเช้าแล้ว ยิ่งถ้าผนวกเข้ากับลักษณะนิสัยเคร่งขรึม จริงจัง ไม่ค่อยยิ้ม ถึงขนาดที่ต้องมีชั้นเรียนสอนยิ้มกันเพื่องานบริการ รับรองแขกบ้านแขกเมืองด้วยแล้ว (ชาวรัสเซียเขามีความคิดที่ว่าการยิ้มให้ผู้อื่นโดยไม่มีสาเหตุเป็นเรื่องตลกและไร้สาระ) ทำให้มอสโกเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีสภาวะความเคร่งเครียดและเร่งรีบในช่วงวันทำงานมากเลยทีเดียว แต่อย่างกังวลไป เพราะถึงแม้ในเวลาทำงานจะเคร่งเครียด แต่ยามปาร์ตี้แล้ว ชาวรัสเซียก็ดื่มหนักและคอแข็งอย่าบอกใครเชียว

สภาพความจริงจังที่สุดโต่งสองด้านในแผ่นดินเดียวแบบนี้นี่แหละกระมัง ที่ทำให้กรุงมอสโกนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทั้งยิ่งใหญ่ และสวยงามชวนมอง ที่สำคัญคือชวนให้คิดว่า “เขาสร้างกันไปได้ยังไง” ทั้ง “มหาวิหารเซนต์เบซิล” (St. Basil’s Cathedral) ที่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ใน “จัตุรัสแดง” หรือ Red Square” จัตุรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ (เชื่อเถอะว่าใหญ่กว่าที่เราคิดตอนเห็นรูปอีกเยอะ) นอกจากนี้ยังมี “พระราชวังเครมลิน” (Grand Kremlin Palace) พระราชวังบนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควา อดีตที่ประทับของพระเจ้าซาร์แห่งราชวงศ์รัสเซีย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นที่ทำการรัฐบาลในช่วงปฏิวัติ และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาสมบัติชาติที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของรัสเซีย ในนาม “พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์” (State Armoury Museum) ดังนั้นถึงแม้ดูเคร่งเครียด และรีบเร่งสักแค่ไหน มอสโกก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดอยู่เช่นเคย!

อิสตันบูล ประเทศตุรกี (Istanbul, Turkey)

มหานครสองทวีป ที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นยุโรปและเอเชีย สถาปัตยกรรม ศิลปกรรมที่ผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก บนแผ่นดินที่เคยเป็นจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ทั้งจักรวรรดิไบแซนไทน์และจักรวรรดิออตโตมัน มีประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่ยาวนานมากว่า 2,600 ปี เท่านี้ก็น่าจะพอจะบอกสาเหตุได้แล้วว่าทำไมแผ่นดินแห่งนี้ถึงไม่เคยร้างลาจากผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินทางมาเยือน จนส่งผลให้มหานครแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่านและเร่งรีบอีกแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย แต่ก็มีความเร่งรีบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังเช่นเมืองอื่น ๆ ที่เราได้เลือกมาในวันนี้เช่นกัน นั่นคือความเร่งรีบในฐานะที่นักท่องเที่ยวเยอะ ด้วยความที่ของดีในเมืองนี้เยอะ ก็เลยจะมีความพลุกพล่านของนักท่องเที่ยวมากเป็นธรรมดา

ถ้าใครอยากจะสัมผัสความพลุกพล่านที่มีสีสันแห่งตะวันออกอย่างนี้แล้วล่ะก็ขอเรียนเชิญที่ “มหาวิหารเซนต์โซเฟีย” (The Hagia Sophia Museum and Church) อันโดดเด่นสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ (Byzantine) ประดับประดาไปด้วยกระจกสีและกระเบื้องโมเสค แถมยังครองตำแหน่งมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกของช่วง 1,000 ปี ที่ผ่านมาอีกด้วย หรือ “อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน” (Yerebatan Sarnici) เยื้องกับวิหารเซนต์โซเฟีย ที่สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับไว้ใช้เมื่ออิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง โดยสร้างจากซากปรักหักพังของอาคารเก่า ที่ตั้งของหัวเสาเมดูซากลับหัวที่ใคร ๆ ต้องมาถ่ายรูป หรือ “พระราชวังโดลมาบาห์เช” (Dolmabahce Palace) ที่สร้างในสมัยยุคปลายอาณาจักรออตโตมันอย่างอลังการ ซึ่งคาดเป็นงบประมาณในปัจจุบันได้กว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ!

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย (Bangkok, Thailand)

และถ้าพูดถึงมหานครที่ผู้คนใช้ชีวิตเร่งรีบแล้ว กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งฉลองการมาเยือนของฝุ่นละอองมลพิษ PM2.5 จะตกอันดับไปก็ใช่ที่ เพราะกรุงเทพฯ ของเรานี้คือ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวไปด้วยความเร่งรีบตามการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว ถ้าใครไม่เคยขึ้นรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT ในรูปแบบปลากระป๋องในชั่วโมงเร่งด่วนทุกเช้าและเย็นวันทำงาน ก็เรียกได้ว่าไม่เคยได้สัมผัสชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง และที่สำคัญถ้าคุณไม่เคยขึ้นรถไฟฟ้า BTS แล้วรถไฟฟ้าเสีย คุณก็นับว่า “ตกเทรนด์” ไปเลยง่าย ๆ นอกจากนี้บริเวณย่านธุรกิจอย่างสุขุมวิท สีลม สาธร วิทยุ ที่ไม่มีรถติดไฟแดงนั้น ก็นับว่าเป็นภาวะที่ผิดปกติของเมืองเป็นอย่างมาก

แต่เมื่อมีชีวิตกลางวันที่คับคั่งแล้ว ชีวิตกลางคืนก็ต้องเบิกบานไม่แพ้กัน ทั้งย่านข้าวสาร สีลม พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย และรัชดา แหล่งรวมความบันเทิงที่มีให้เลือกกันตามใจชอบตั้งแต่ร้านนั่งชิลไปจนถึงผับสายแดนซ์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการ กรุงเทพฯ นั้น จึงได้เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติให้ได้มาเยือนพักผ่อนหย่อนใจหาความสำราญกันอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศนักท่องเที่ยวแน่นขนัดให้ชุมชื่นหัวใจ แล้วล่ะก็ ขอเรียนเชิญที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เริ่มที่พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ที่แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยวจนไม่น่าเชื่อว่า จะมีผู้คนสนใจเข้าชมมากโดยไม่จำกัดจำนวนถึงเพียงนั้น นอกจากนี้ถ้ามีเวลาเหลือ ขอเชิญย่านพาหุรัด และสำเพ็ง เลือกซื้อของกันให้หนำใจ ก่อนไปเที่ยวหย่อนใจกลางเมืองอย่างสยามสแควร์ และเปิดท้ายวันด้วย Street Food แห่งย่านเยาวราชกันได้เลย!

 

Comments