Home How To 10 วิธีเอาตัวรอด ให้ไม่ตกเป็นเหยื่อ “Fake News”

10 วิธีเอาตัวรอด ให้ไม่ตกเป็นเหยื่อ “Fake News”

แม้จะผ่านช่วงเลือกตั้ง ที่มีกระแสออกมาต่อต้าน Fake News หรือข่าวปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝั่งมาสักระยะ แต่ก็จะเห็นว่าข่าวปลอมยังคงวนเวียนให้เห็นอยู่ ตามหน้าโซเชียลมีเดีย, ข้อความในไลน์ ฯลฯ ในจำนวนที่ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ

หรืออย่างดราม่ากรณีล่าสุด เกี่ยวกับพริตตี้สาวคนหนึ่ง ก็ยังมีไม่วายมีคนสร้างข่าวปลอมเพื่อสร้างกระแสให้ผู้คนที่กำลังโกรธเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นจำนวนมาก

วันนี้ เราขอเสนอ 10 วิธี เช็ค ‘ข่าวปลอม’ เพื่อให้เราสามารถเสพข้อมูล ข่าวสาร และทุก ๆ ดราม่าได้อย่างมีอรรถรส ครบถ้วนความจริง ไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครก็ตาม ที่หวังหากินจากความอยากรู้อยากเห็นของเรา

  1. อย่าอ่านแค่พาดหัวข่าว เรื่องพื้นฐานที่สุด แต่ก็มีคนหลงลืมมากที่สุดเหมือนกัน และให้คิดเอาไว้เสมอว่า ยิ่งเป็นเรื่องแปลก ยิ่งเหนือเหตุผล เหนือจินตนาการ และสามัญสำนึกของเรามากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเป็น Fake News มากเท่านั้น

 

  1. เช็คเวลาที่ลงข่าวว่าตรงกับช่วงเวลาปัจจุบันหรือไม่

 

  1. สังเกตว่าพื้นที่รอบ ๆ เนื้อข่าวเต็มไปด้วยแบนเนอร์โฆษณา หรือโฆษณาแบบ pop-up ที่เด้งขึ้นมา บ่อย ๆ หรือเปล่า ยิ่งถ้าเป็นโฆษณาสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องเพศหรือเว็บการพนัน ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นเว็บที่สร้างขึ้นเพื่อสร้าง Fake News สูงเท่านั้น

 

  1. เช็คชื่อ Domain ที่ขึ้นบนแถบบนของเบราเซอร์อินเตอร์เน็ต เว็บ Fake News มักจะตั้งชื่อให้คล้ายกับสำนักข่าวจริง ๆ เพื่อสร้างความสับสน เช่น www.khaolasod.com, http://www.one31news.com, www.khosod.com ฯลฯ มีพ่วงท้ายหลัง .co ไว้หลัง .com อีกทีหนึ่ง

และอย่างรีบหลงเชื่อพวกที่ตั้งชื่อด้วยคำว่า ‘จริง’, Thruth, ข่าว, นิวส์ เพราะไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เว็บไซต์หรือเพจเหล่านั้นนำเสนอจะเป็นข่าว และเป็นเรื่องจริงเสมอไป

  1. เช็ครูปภาพที่เอามาลงก่อนทุกครั้งว่าเป็นรูปที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเชื่อถือได้หรือไม่ วิธีการง่าย ๆ คือ ใช้เบราเซอร์ Google Chrome คลิกขวาที่รูปแล้ว แล้วเลือกค้นหารูปภาพจาก Google แล้วจะปรากฏข้อมูลทั้งหมดว่ารูปนี้เคยถูกโพสต์เอาไว้เมื่อไรบ้าง ถ้าเป็นรูปเก่าก็ตัดทิ้งไปได้เลย

นอกจากนี้ พึงระวังด้วยว่าเว็บไซต์หรือเพจเฟซบุ๊กหลายแห่งพยายามตั้งชื่อให้ดูดี มีคำว่า “จริง” “ข่าว” หรือ “นิวส์” ในชื่อ เช่น “Thai Truth” หรือ “เดรัจฉานนิวส์” แต่ลำพังการตั้งชื่อแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเนื้อหาจะ “จริง” สมชื่อ ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณในการเสพทุกครั้ง

  1. กดเข้าไปดูที่แถบ about หรือ เกี่ยวกับ เพื่อเช็คว่าผู้ที่จัดทำเว็บไซต์นี้คือใคร จัดตั้งเมื่อไร เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เชื่อถือได้หรือไม่ ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านั้นมีโอกาสเป็นไปได้ว่าจะเป็นเว็บ Fake News แต่ไม่ใช่ทั้ง 100% เพราะผู้จัดทำอาจเพียงแค่ต้องการปกปิดตัวตนเพื่อความปลอดภัยก็ได้

 

  1. กดเข้าไปดูที่แหล่งอ้างอิงที่อยู่ด้านล่างของบทความ ว่าที่มาของข่าวน่าเชื่อถือขนาดไหน บางทีแค่แปะลิ้งก์อ้างอิงเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ แต่จริง ๆ แล้วเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน และถ้าไม่มีการอ้างอิง ที่มาของข่าว ก็ให้สันนิษฐานไว้อีกว่า อาจจะเป็นการเต้าข่าวขึ้นมาเองก็ได้

 

  1. อย่าเสพข่าวเฉพาะจากสำนักข่าวฝ่ายที่ตัวเองอื่นชอบ หรือเนื้อหาที่มุ่งโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ ก่อนตัดสินใจเชื่อสิ่งที่เห็น ลองเช็คข้อมูลจากหลาย ๆ สำนักข่าวว่ารายงานแตกต่างกันมากขนาดไหน จะช่วยป้องกันการถูกหลอกจาก Fake News ได้เป็นอย่างดี

 

  1. ยิ่งข่าวนั้นมีดราม่ามากเท่าไร ยิ่งมีคนหวังสร้าง Fake News เพื่อเรียกยอดเข้าชมเว็บไซต์ หรือสร้างกระแสให้ตัวเองมากเท่านั้น และยิ่งต้องเสพข่าวด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น อย่างในกรณีล่าสุดของพริตตี้คนหนึ่ง ที่อยู่ดี ๆ ก็มีคนอ้างผลการตรวจร่างกายว่าพบสารเสพติด สารคัดหลั่ง อวัยวะเพศฉีกขาด จน ตอนหลังผลตรวจอย่างเป็นทางการออกมา ทำให้หลายคนที่ปักเชื่อไปแล้วปรับความรู้สึกไม่ทันกันเป็นแถว

 

  1. ถ้าเช็คข้อมูลทั้งหมดแล้วยังรู้สึกไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ก็ตั้งสติดี ๆ ทำใจเย็น ๆ แล้วอย่าเพิ่งหลงเชื่อหรือแชร์จนกว่า ‘ความจริง’ จะปรากฏและได้รับการยืนยันจะดีที่สุด

 

อ้างอิง

https://www.appdisqus.com/2016/12/02/how-to-solve-fake-news-in-facebook.html

https://thaipublica.org/2019/03/fake-news-election/

http://blog.dpu.ac.th/ajtonrak/index.php/2019/08/14/fake-news/

Comments