Home Others ในวันที่สปอตไลท์ส่องชีวิต “เบสท์-ณัฐสิทธิ์”

ในวันที่สปอตไลท์ส่องชีวิต “เบสท์-ณัฐสิทธิ์”

“เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์” นักแสดงหนุ่มหน้าแนวขวัญใจของหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะทั้งฝีไม้ลายมือด้านงานแสดงและอุปนิสัยกวน ๆ มาร่วมพูดคุยกับเขาถึงชีวิตในวงการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการปรับตัวกันดีกว่า

เริ่มเป็นนักแสดงตั้งแต่เมื่อไหร่?

“น่าจะย้อนกลับไปตอน ม.5 ขึ้น ม.6 เล่น MV ตัวแรกของพี่โดม No Logo เพลง ‘คนที่เข้าใจ’ ครับ ตอนนั้นเห็นตังค์ก็อยากทำ” เบสท์เล่าไปยิ้มไป “ตอนเด็ก ๆ คิดแบบนั้น เพราะเรายังไม่เข้าใจโลกเบื้องหลังเลยว่าผู้กำกับคือใคร ระบบคืออะไร รู้สึกแค่ว่าทำไมมันสนุกจัง ได้ตังค์ด้วย แค่นั้นเอง”

“หลังจากนั้นงานก็เข้ามา มีหนังติดต่อมาให้ไป CAST เพราะเห็นจาก MV ตอนแรก แล้วก็เริ่มเป็นหนังสั้น คือพอเราทำงานกับกลุ่มคนอินดี้ กลุ่มหนังสั้น เขาก็จะเห็นงานเราเยอะ เขาก็เรียกเราไปทำงาน พอพ้นช่วงหนังสั้นก็เป็นช่วงโฆษณาไปปีนึงเต็ม ๆ ถัดมาก็กลับมาเป็นหนังอีก” เขาเล่าถึงลำดับชีวิตในวงการ

มีช่วงเบื่อ  กับการแสดงบ้างไหม?

“ผมว่าน่าจะตั้งแต่ช่วงหลังจากโฆษณา พอเล่นโฆษณาเยอะ ๆ มันจังหวะเดิม มันก็น่าเบื่อเหมือนกันนนะ มันไม่มีอะไรใหม่ ๆ ให้ลองเล่นเลย เลยเริ่มเปลี่ยนความคิดว่ามาลองทำให้มันสุด ๆ ดีกว่า เลยตั้งใจกับการแสดงมากขึ้น มันจะได้มีอย่างอื่นตอบแทนเรากลับมาเองนอกจากเรื่องตังค์ที่เราเคยคิดตอนเด็ก”

“หลังจากนั้นก็ได้ลองใส่ให้สุดเลยเวลาแสดง ไม่ค่อยสนร่างกายเท่าไหร่ ผมก็ทำมาเรื่อย ๆ จนถึง MV ‘อ้าว’ ตอนแรกเราเบื่อ ๆ กับการแสดงแล้วด้วยนะ แต่พอ MV นี้ออกแล้วมันประสบความสำเร็จเราก็อยากกลับมาแสดงอีกครั้ง

“ช่วงนั้นมันพอดีหลายอย่าง ตอนผมจบมามันมีสองทางให้เลือกหนึ่งคือไปทางสายครีเอทีฟโฆษณา เพราะพี่ที่บริษัทที่เราไปฝึกงานเขาชวนไปทำงานด้วย แต่ช่วงเดียวกันนั้นเราฟังวิทยุเขาก็มีเปิดรับสมัครดีเจพอดี”

“เป็นช่วงสับสนมากกว่า ทุกคนต้องเจอภาวะนี้ตอนจบใหม่ เอาไงดีนะ ขอเงินพ่อแม่ไม่ได้แล้วเฮ้ย จนผมไม่รู้ว่ามันคือท้อหรือเปล่า หาทางทุกอย่างไปตอแยใคร ๆ คือเราอยากทำงานสุดท้ายเราก็เลือกทางดีเจ เพราะเรากลัวเงินเดือนน้อยตามสไตล์เด็กจบใหม่” เบสท์หัวเราะ “แล้วจังหวะนั้นก็มี MV ติดต่อมา มันเลยพอดีไปหมด”

วันที่เราเริ่มมีชื่อเสียง ปรับตัวยังไง?

“จริง ๆ ไม่ได้ปรับอะไรมาก มันงงมากกว่า เริ่มจากตอนจากไลฟ์เฟซบุ๊ก เราเริ่มไลฟ์เพราะอยากร้องเพลงจริง ๆ พอวันนึงเรามีคนดูเยอะขึ้น จากที่เราเอาใจตัวเอง เราก็ไปเอาใจคนอื่นมากกว่า จนมาคิดว่าว่าเราเสียความเป็นตัวเองไปหรือเปล่า (หัวเราะ) เลยพยายามกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง พยายามเฉลี่ยน้ำหนักให้ทั้งสองฝั่ง คือเราอยู่ในจุดที่สปอตไลท์ส่อง ทำอะไรก็ต้องคิดถึงคนอื่นแล้วก็ตัวเองด้วยครับ”

ความเป็นส่วนตัวหายไปไหมเมื่อเป็นที่รู้จักมากขึ้น?

“เร็ว ๆ นี้เลยคือนั่งอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กินข้าวกับเพื่อน ก็ถูกรุกล้ำอย่างรุนแรง” เบสท์เล่า “คือมีผู้หญิงสองคนกับเพื่อนสาวอีกคน เดินมากอด ๆ ๆ  ถ่ายรูป ๆ จับมือ เดินวนมาเล้าหลือ ๆ อยู่อย่างนี้ เราก็…ไม่ใช่แล้วนะ เรากินข้าวอยู่กับเพื่อน แล้วเราก็ไม่อยากไล่เขาคือเขาเมาด้วย แต่การเมาของเขารบกวนผมอยู่ไง เพื่อนผมก็นั่งกินข้าวกันอยู่ ผมรู้สึกว่ามันคือการคุกคามอย่างนึง อันนี้แหละที่ผมว่ามันเสียไป”

“รับได้อยู่เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่รับไม่ได้กับการถูกคุกคามมากกว่า เราจะมีโลกส่วนตัวของเราอยู่แล้วที่จะไม่ให้มีใครได้รู้นอกจากกลุ่มเพื่อนที่สนิท ถ้าเดินไปไหนแล้วมีคนขอถ่ายรูปผมไม่ซีเรียสเลย แต่ถ้าถูกคุกคามไม่โอเค”

“ปัญหาที่ผมจะเจอคือเวลาไปร้านนั่งชิลกับเพื่อน” เบสท์เล่าถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เขาจดจำได้เป็นอย่างดี “ครั้งนึงผมเคยเจอกับคน ๆ นึงคือเพื่อนเขามาขอถ่ายรูปกับผม แล้วเขาคนนี้ก็เดินมาแล้วบอกว่า…ไอ้เหี้ยนี่แม่งใครวะ” เบสท์เน้นเสียง “ผมก็ไม่ติดใจอะไร เพราะมันก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่พอร้านปิดกลุ่มเดิมก็ขอเข้ามาถ่ายรูปอีก คน ๆ เดิมเลยก็เข้ามาพูดเหมือนเดิมว่า…ไอ้เหี้ยนี่แม่งใครวะ”

“ผมก็เลยตอบเขาไปว่า จริง ๆ แล้วเนี่ยการที่คุณไม่รู้จักผม ผมไม่เกลียดเลยนะ ผมไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่าคุณจะไม่รู้จักผม แต่ผมว่าการที่คนเราไม่รู้จักกันแล้วมาพูดใส่หน้าว่าไอ้เหี้ยนี่แม่งใครวะมันยิ่งไม่เหมาะสมเลย ดังนั้นเนี่ยกลับไปคิดใหม่นะ แล้วผมก็เดินออกมา จากนั้นเพื่อนเขาก็เข้ามาขอโทษ เป็นครั้งแรกที่ผมตอบโต้แล้วสะใจมาก เพราะผมรู้สึกว่าคนแบบนี้เขาไม่ให้เกียรติเรา แต่ผมพูดดี ๆ กับเขานะ จนเพื่อนผมโมโหแทนว่าทำไมพูดแค่นี้”

อนาคตของ “เบสท์ณัฐสิทธิ์”  คือ?

“เคยคิดหลายแบบมาก เคยคิดว่าวันหนึ่งถ้าตัวเองไปถึงอายุที่ตัวเองต้องเล่นเป็นพ่อจะเป็นยังไงวะ (หัวเราะ) หรือว่าถ้าการแสดงของเรามันไปเรื่อย ๆ ได้จริง ๆ จะไปหยุดตรงไหน อีกอันคือกลับไปทำเบื้องหลังครับ”

“จริง ๆ ชอบหมด คนละแบบ ผมว่าหลังกล้องมันเหนื่อยนะแต่มันก็สนุกไปอีกแบบ ตอนผมเรียนผมก็ทำงานหลังกล้อง มันมีเสน่ห์ของมัน งานแสดงก็อีกแบบหนึ่ง ตอนนี้ผมมีโอกาสแสดงผมก็แสดงไปก่อนดีกว่า ถ้าวันนึงมีโอกาสได้ไปทำเบื้องหลังก็ไปทำ ถ้าอยากกลับไปทำคงอยากเริ่มจากผู้ช่วยผู้กำกับก่อนครับ”

“ส่วนผลงานตอนนี้ก็ซีรีส์ Hipster or Loser แล้วก็ ภาพยนตร์เรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ยังไงฝากด้วยนะครับ”

 

ขอบคุณสถานที่:  Slanted Taco Sukhumvit 23

Comments