Home Edutainment แต่งบ้านทั้งที เลือกสไตล์ไหนดี 5 เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 62

แต่งบ้านทั้งที เลือกสไตล์ไหนดี 5 เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 62

เข้าสู่ปีใหม่ เขื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงมีลิสต์ NEW YEAR’S RESOLUTION เพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นกว่าปีก่อน ๆ ส่วนใหญ่อาจจะวางแผนเพื่อการพัฒนาตัวเองในทางที่ดีขึ้น หรือทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับคนรอบข้าง แต่เชื่อว่ามีคนอีกไม่น้อยที่มองภาพที่ใหญ่ไปมากกว่านั้น คือปีใหม่ทั้งทีตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนทั้งทัศนคติของตัวเอง และเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของบ้านให้แวดล้อมไปด้วยความสุข สะดวกสบายทั้งกายและใจ เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมที่จะต้อนรับสิ่งใหม่ ๆ กับปีใหม่ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในชีวิตที่มากขึ้น แต่ไหน ๆ คิดที่จะเปลี่ยนให้ชีวิตปังทั้งทีแล้ว เรามาดูกันครับว่า 5 เทรนด์การตกแต่งบ้านในบ้านเราปีนี้มีเทรนด์ไหนที่มาแรง พร้อมที่จะปังไปพร้อมกับชีวิตใหม่ของเราบ้าง

1. ART DECO – THE NEW MID-CENTURY MODERNISM

ถึงแม้งานสไตล์ MID – CENTURY ยังคงเป็นสไตล์การตกแต่งภายในที่มีความเป็นอมตะ เป็นที่นิยมอยู่ในทุกยุคทุกสมัยมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุค 20  แต่ก็จะมีงานตกแต่งสไตล์อื่น ๆ เช่น BOHO, ECLECTIC, MODERN CLASSIC, MINIMALISM เข้ามาเจือ ๆ  ไป ๆ  มา ๆ อยู่บ้าง แต่มาแล้วก็แผ่ว ๆ ไปตามกระแสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเวลาและยุคสมัย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา สไตล์ ART DECO ที่เข้ามา Featuring กับงานแนว MID – CENTURY ยังไม่ยอมห่างหายไปไหน แต่ยังคงถูกพัฒนาต่อยอดเป็นผลงานออกแบบชิ้นใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นสไตล์ที่มีความแข็งแรงเป็นที่นิยมทั่วโลก และกลายเป็นสไตล์ที่เข้ามาอยู่ในกระแสแซงหน้างานสไตล์ MID – CENTURY และสไตล์อื่น ๆ ได้อย่างสง่าผ่าเผย ถือว่าเป็นการกลับมาสู่ยุคทองอีกครั้งของงานสไตล์ ART DECO  จนบางทีเราอาจจะใช้คำว่า ART DECO IS THE NEW MID-CENTURY ก็ว่าได้ เพราะด้วยเอกลักษณ์และองค์ประกอบของเส้นสายรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน การใช้สีสันที่สดใส บวกกับการใช้วัสดุที่มีความมันวาว เช่น ทองเหลือง กระจก ผ้ากำมะหยี่ ฯลฯ เป็นตัวช่วยสร้างมิติให้บรรยากาศเกิดความน่าสนใจ ดูหรูหราทันสมัย และเข้ากับไลฟ์สไตล์และความนิยมของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

2. TERRAZZO

เป็นการกลับมาของวัสดุที่ได้รับความนิยมมาอย่างช้านานตั้งแต่ยุค 20 – 70 แต่ในช่วง 2-3 ปีหลัง TERRAZZO กลับมาในเวอร์ชั่นใหม่ด้วยหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น มีอัตราการแตกร้าวลดลง และดูแลรักษาง่ายขึ้น เนื่องจากปัจจุบันได้มีการพัฒนา นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาทำให้ TERRAZZO มีคุณสมบัติและมีหน้าตาที่หลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยการใช้เรซิ่นเข้ามาใช้แทนซีเมนต์และใช้ส่วนผสมอื่น ๆ เช่น เศษของหินอ่อน หินควอทซ์ หินแกรนิต เปลือกหอย เศษแก้ว หินสี ฯลฯ ที่ให้โทนสีดูแปลกตาต่างออกไปจากหินขัดหน้าตาแบบเดิม ๆ แถมยังสามารถนำไปใช้ในการออกแบบตกแต่งได้หลากหลายเพราะสามารถผลิตเป็นแผ่นขนาดใหญ่ และเฉดสี ของชิ้นส่วนวัสดุที่ผสมลงไปได้เองตามความต้องการ สามารถเข้าได้ดีกับ การตกแต่งภายในหลากหลายสไตล์ ทั้ง Minimalists และ Maximalists  จึงไม่แปลกเลยที่ TERRAZZO จะกลับมาได้รับความนิยมจากเหล่าสถาปนิก มัณฑนากร และนักออกแบบทั่วโลก เห็นได้จากร้านของแบรนด์ดัง ๆ ระดับโลก เช่น Celine  valentino

เทรนการใช้ TERRAZZO ไม่ได้หยุดแค่เพียงนำมาใช้เป็นพื้น และผนัง เท่านั้น แต่ยังถูกนำมาทำเป็นท็อปเคาน์เตอร์ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งกระแสความนิยมลวดลายของ TERRAZZO ที่มีรายละเอียดและสีสรรที่หลากหลายแล้ว ลวดลายของ TERRAZZO ก็ยังถูกต่อยอดไปผลิตเป็นสินค้าประเภทอื่น ๆ อีกด้วย เช่น พรม ผ้าม่านอาบน้ำ  Wallpaper เคสโทรศัพท์มือถือ ชุดเครื่องนอน ฯลฯ

3. THAI TONE

สิ่งที่ขาดและไม่พูดถึงไม่ได้ในเทรนด์การตกแต่งภายใน 2019 คือเรื่องการใช้สี ที่เรา ๆ ท่าน ๆ และผู้ที่สนใจในด้านการออกแบบ มักจะตื่นเต้นรอลุ้นถึงการประกาศของ Pantone ว่าจะให้สีไหนเป็นสีประจำปีหรือสีที่มีอิทธิพลในปีนั้น ๆ เช่น ในปี 2017 คือสี Greenery (สีเขียวอมเหลืองของใบไม้), ปี 2018 คือสี Ultra Violet (ม่วงโทนน้ำเงิน) และในปีนี้เอง 2019 คือสี Living Coral (สีส้มอมพีช) แต่ในบ้านเรา สีที่ถูกหยิบยกและพูดถึงจนเป็นกระแสในวงการนักออกแบบบ้านเรามากที่สุดในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมาคือสี “ไทยโทน” เป็นสีที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิความรู้ด้านศิลปะของบรรพบุรุษไทยได้ไม่น้อยหน้าสีของสากล เป็นการประกาศให้ต่างชาติได้รู้ว่านอกเราจะมีภาษาไทยเป็นของตัวเองแล้ว เรายังมีสีที่ใช้เป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน

แต่เดิมสีในโทนไทยเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติล้วน ๆ มีหมู่สีหลัก5 สี เรียกว่า “กลุ่มสีเบญจรงค์” ได้แก่ แดงชาด คราม และ รง สีดำ สีขาว และนำมาผสมกันเองเพิ่มขึ้นได้อีก 5 หมู่สี ซึ่งปัจจุบันเรื่องของสีไทยได้ถูกศึกษารวบรวมข้อมูล นำมาสังเคราะห์ ผลิตเป็นสีใหม่ได้มากถึง 168 สี โดยแต่ละสีจะมีการเทียบสีด้วยระบบ C M Y K เพื่อให้ง่ายต่อคนทั่วไปในการนำไปใช้งาน และเทียบกับค่าสีในปัจจุบัน ซึ่งแต่ละสีก็มีการตั้งชื่อเรียกตามวัตถุดิบที่นำมาทำสี หรือเทียบเคียงกับธรรมชาติ เพื่อให้คนทั่วไปนึกภาพสีนั้น ๆ ออก เช่น สีเขียวใบแค ที่ได้จากการผสมระหว่างยางรงกับเขม่าหรือหมึกจีน, สีขาบ ที่ได้จากการผสมสีครามกับสีขาว เป็นสีค่อนไปทางสีฟ้าหม่น เหมือนสีกลางปีกของนกตะขาบ ซึ่งเรียกสั้น ๆ ว่าสีขาบ, สีรงทอง ได้จากยางของต้นรงทอง นำมาเคี่ยว กรองและทิ้งไว้ให้เย็นจนยางแข็งตัว เมื่อจะนำมาใช้ก็ฝนกับน้ำให้ยางละลายออกเป็นสี เป็นต้น

ในช่วงปีที่ผ่านมาเทรนด์การใช้สีในงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายในและงานออกแบบต่าง ๆ ที่ดูแปลกตาไม่ซ้ำใคร ประกอบกับกระแสการหาอัตลักษณ์ให้กับตัวเองกำลังมาแรง ทำให้สีในกลุ่มไทยโทนจึงเข้ามาใช้กับงานสถาปัตย์ งานตกแต่งภายใน และงานออกแบบต่าง ๆ ของไทยอย่างกว้างขวางมากขึ้น สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/thaitonecolor

4. HYGGE

ฮูก้า คือปรัชญาและวิถีของชาวเดนมาร์ก ที่ยังไม่สามารถแปลความหมายได้ในภาษาอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน แต่เป็นคำที่ใช้อธิบายความรู้สึกของชาวเดนมาร์คที่ได้รับ เมื่อรู้สึกว่ากำลังมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่แสงของเปลวเทียว แสงของพระอาทิตย์ตกดิน ความรู้สึกเมื่ออยู่ใต้ผ้าห่มขนสัตว์ ถ้วยกาแฟอุ่น ๆ ในอุ้งมือท่ามกลางหิมะนอกบ้าน บรรยากาศคุยกันบนโต๊ะอาหารภายในครอบครัว การทำอาหาร ไปร้านกาแฟ ไปจนถึงเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่บอกให้รู้ถึงอารณ์และความรู้สึกที่สบายใจ ปลอดภัย เป็นความสุขง่าย ๆ  ที่หาได้ไม่ยาก

เทรนนี้เริ่มลุกลามเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลกตั้งแต่หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้ชีวิตเรียบง่ายแต่งดงามสไตล์เดนมาร์ก ดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีความสุขที่สุดในโลกชื่อ The Little Book of Hygge ที่ออกในปี 2016 จนพจนานุกรมออกซ์ฟอร์ดยกให้ Hygge เป็น 1 ใน 10 คำศัพท์แห่งปี และปัจจุบันมีการใช้แฮชเทค กว่า4.4 ล้านครั้งใน Instagram

ประกอบกับการแชร์ภาพลงโซเชียลมีเดีย ของเหล่าเซเลปคนดังและชาว Hipster ในวิถีชีวิตตามแบบฉบับฮูก้า ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เป็นกระแสนิยมไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่คนไทย ถึงไลฟ์สไตล์อันสุนทรีย์ ในหลายแง่มุม ตั้งแต่การทำอาหาร การเลือกร้านอาหารนอกบ้าน การเข้าสังคม หรือแม้กระทั่งการตกแต่งบ้าน จึงผลพวงมายังนักออกแบบ สถาปนิก มัณฑนากรที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้ให้เข้ากับกระแสในงานออกแบบที่กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน

5. LUXURY CURVED FURNITURE

เทรนด์ของเฟอร์นิเจอร์ที่มาแรงในปีนี้ ที่ทุกค่ายแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เจ้าดัง ๆ ใหญ่ ๆ พร้อมใจกันออกเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่ ที่มีรูปทรงที่โค้งมนที่ดูย้อนยุคนิด ๆ ตามแบบฉบับของเฟอร์นิเจอร์ยุค Art Deco, Bauhaus, Mid-Century แต่นำมาปรับให้มีลูกเล่น มีเอกลักษณ์ แต่ยังคงแฝงไปด้วยความหรูหรามีรสนิยม โดยนำวัสดุที่มีผิวสัมผัสที่ให้ความนุ่มนวลอบอุ่น และเพิ่มมิติด้วยวัสดุที่ให้ความมันวาว ส่องประกายระยิบระยับน่าค้นหามาเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น ผ้ากำมะหยี่ ทองเหลือง ไม้เคลือบเงา หิน กระจกสี ที่สำคัญเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป ซึ่งง่ายต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะคนเมือง ที่สามารถจัดวาง ปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เข้ากับขนาดพื้นที่ใช้สอย ที่ปัจจุบันมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ

 

 

Watana  Kowatanabhorn

abalance interior design co.,ltd.

FB. facebook.com/abalanceinterior

IG. @abalanceinterior

W. www.abalanceinterior.com

E. info@abalanceinterior.com

Comments