Home Edutainment “เนี๊ย!..สไตล์” ไขความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงคลั่งใคล้ “แมว”

“เนี๊ย!..สไตล์” ไขความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงคลั่งใคล้ “แมว”

ในช่วงที่ผ่านมาเราปฎิเสธไม่ได้เลยว่า สื่อภาพยนต์ ภาพถ่าย วรรณกรรม หรือสิ่งอื่น ๆ ของประเทศญี่ปุ่นจะมีตัวละครตัวหนึ่งแทรกเข้ามาอยู่เสมอ บางครั้งมาเป็นตัวประกอบ บางครั้งมาเป็นตัวหลัก บางครั้งไม่ได้โผล่มาเป็นตัวแต่ถูกกล่าวถึงอยู่ตลอดเวลา เจ้าสิ่งนั้นก็คือ…เจ้าเหมียวนั่นเอง

สาเหตุที่คนญี่ปุ่นมี “แมว” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานต่างๆ ก็เพราะว่าแท้จริงแล้ว คนญี่ปุ่นส่วนมากแทบจะเป็น “ทาสแมว” กันทั้งนั้น มีผลการสำรวจพบว่าชาวญี่ปุ่นนิยมเลี้ยงแมวมากกว่าหมา โดยสินค้าที่เกี่ยวกับแมวได้รับความนิยมอย่างสูงและทำรายได้มากมาย จนถูกนิยามว่าเป็น “เนโกะโนมิกส์” (เนโกะ แปลว่า “แมว” ในภาษาญี่ปุ่น) มีนิตยสารเกี่ยวกับแมวเพิ่มขึ้นมากมาย แม้แต่เกมออนไลน์เกี่ยวกับแมวที่ชื่อว่า “เนโกะ อาซึเมะ” ก็มีผู้ดาว์นโหลดไปเล่นมากกว่า 10 ล้านครั้ง ส่วนโฆษณาและละครต่าง ๆ ก็นิยมใช้แมวเป็นตัวแสดงมากขึ้นด้วย

ย้อนกลับไปในสมัยก่อน คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า แมว เป็นสัตว์นำโชค มะเนะกิเนะโกะ หรือ แมวกวัก คือรูปปั้นแมวตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ว่าจะนำโชคลาภเงินทองมาให้เจ้าของ สำหรับร้านค้าก็จะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านเช่นเดียวกับนางกวักของไทย

สำหรับรูปร่างหน้าตาของ มะเนะกิเนะโกะ หรือ แมวกวัก จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับแมวพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่ไม่มีหางที่เรียกว่า เชอแปนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail) ซึ่งปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นหรือแม้แต่ในประเทศไทยจะพบเห็นแมวกวักอยู่ทั่วไป ซึ่งมีหลากหลายขนาดและสีสัน บางส่วนก็ทำกลไกให้มือซ้ายสามารถขยับในลักษณะกวักเข้าหาตัวได้ด้วย ในขณะที่มืออีกข้างนึงก็ถือเหรียญไว้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าแมวที่เลี้ยงไว้ยกขาหน้าขึ้นเสมอหูข้างซ้ายแล้วจะมีคนมาหา ถ้าเป็นร้านค้าก็จะมีลูกค้าเข้าร้าน และความเชื่อพวกนี้ไม่ได้เกิดอย่างไม่มีที่มาที่ไป เพราะ ประเทศญี่ปุ่นได้พูดถึงเรื่องเล่าของ “มะเนะกิเนะโกะ” ไว้ว่า ในยุคเอะโดะ มีหญิงชราคนหนึ่งยากจนมาก แต่นางมีแมวเลี้ยงอยู่ตัวหนึ่งและรักแมวมาก มีกินก็กินร่วมกับแมว อดก็อดพร้อมกับแมว จนในที่สุดก็ไม่สามารถเลี้ยงไหว จึงนำไปปล่อย คืนนั้นเอง นางก็นอนเสียใจร้องไห้ทั้งคืน กระทั่งฝันว่าแมว มาบอกกับนางว่า ให้ปั้นรูปแมวจากดินเหนียวแล้วนางจะโชคดี เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงชราจึงตื่นขึ้นมาปั้นแมวจากดินเหนียวไม่ทันไรก็มีคนแปลกหน้าเดินผ่านหน้าบ้านขอซื้อตุ๊กตาแมวตัวนั้นจากนางไป จากนั้นนางก็เพียรปั้นแมวขึ้นมาอีกตัวแล้วตัวเล่า ตุ๊กตาแมวจากการปั้นของนางก็มีผู้มาขอซื้อไปตลอดเวลา นางจึงเริ่มมีเงินทองจากการขายตุ๊กตาแมว และสามารถนำแมวเลี้ยงสุดที่รักของนางกลับมาเลี้ยงได้อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา จึงเป็นที่ร่ำลือว่า แมว เป็น สัตว์นำโชค และมีการปั้นและวางแมวกวักไว้ตามที่ต่าง ๆ

และไม่ได้มีแค่ตำนาน “มะเนะกิเนะโกะ” เท่านั้น ที่พูดถึงแมว เพราะยังมีอีกตำนานหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นบทบาทสำคัญของแมวในสังคมญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้  ในสมัยนารา แมวได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่คอยปกป้องคัมภีร์หรือหนังสือเล่มสำคัญจากหนูที่เข้ามาจากประเทศจีน ทั้งยังช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อกาฬโรคที่มีหนูเป็นพาหะ นับแต่นั้นแมวก็ได้ถูกบันทึกลงในหนังสือและปรากฎในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ และได้เกิดความเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชคจนถึงทุกวันนี้

แล้วสงสัยกันมั้ยว่า…ทำไมเจ้าแมวถึงกลายเป็นสัตว์ยอดนิยมขนาดนี้ แล้วเจ้าหมาล่ะ? ส่วนหนึ่งก็เพราะประชากรสุนัขในญี่ปุ่นมีสัดส่วนน้อยกว่าแมวอยู่แล้ว จากผลสำรวจการเลี้ยงสุนัขและแมวทั่วประเทศญี่ปุ่น จากเว็บไซต์ Asahi พบว่าในปี 2013-2017 จำนวนของสุนัขลดลงอย่างเห็นได้ชัด และจำนวนแมวได้เพิ่มขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ และยอดผลสำรวจล่าสุดในปีที่แล้ว จำนวนสุนัขอยู่ที่ 8,920,000 ตัว (51.64%) ในขณะที่จำนวนแมวมีมากถึง 9,526,000 ตัว (48.39%) และก็ใช่ว่าจู่ ๆ ใครจะเลี้ยงสุนัขได้ทันที เพราะสุนัขทุกตัวจะต้องจดทะเบียนเสมือนกับเป็นประชากรคนหนึ่ง และทางญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้มีสุนัขจรจัดออกมาเดินเพ่นพ่านตามท้องถนน ถ้าพบเห็นจะมีเทศบาลจับไปและรอจนกว่าจะมีเจ้าของมาตาม หรือถ้าเกิดไม่มีเจ้าของต้องกำจัดทิ้งสถานเดียว ที่ต้องเคร่งขนาดนี้ก็เพราะสุนัขนั้นมีโอกาสเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคได้มากกว่าแมว

อีกหนึ่งสาเหตุที่จำนวนแมวมีมากกว่าสุนัขคือโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเยอะกว่าวัยรุ่นหนุ่มสาวมาก และผู้สูงอายุก็นิยมเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนข้างกายคอยคลายเหงาเบาทุกข์ ทั้งแมวยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย เงียบสงบ ไม่ค่อยรบกวนเพื่อนบ้าน ที่สำคัญยังไม่ต้องใช้พื้นที่เลี้ยงมากเท่าสุนัข ทำให้คนญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่อาศัยในอพาร์ตเมนต์นิยมเลี้ยงแมวมากกว่านั่นเอง ไหนจะสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็เห็นได้ว่าวิดีโอของแมวได้รับความนิยมสูงกว่าสุนัขเป็นเท่าตัว

นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่น ยังมีวันสำหรับน้องแมวอีกด้วย นั่นก็คือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ คนญี่ปุ่นเรียกว่า “วันแมว” มาจากเสียงร้อง ‘เนี๊ย’ ( ニャー) ของแมวญี่ปุ่น (เหมือนที่คนไทยฟังเสียวแมวว่าเหมียว) ซึ่งอักษรตัวแรกของเนี้ยคือตัว ‘นิ’ ซึ่งมีความหมายว่าเลขสองอีกด้วย วันที่ 22 เดือน 2 ซึ่งเป็นวันที่มีเลขสองมากที่สุดในปฏิทินจึงกลายเป็นวันแมว

travel.rakuten.co.th

ญี่ปุ่นมีสวรรค์ของเหล่าแมวและทาสแมวมากมาย ยิ่งใหญ่ถึงขั้นเป็นเกาะ! (เรียกกันว่าเกาะแมว) ซึ่งเกาะแมวที่ว่าเป็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวมานาน

สรุปก็คือ การที่น้องเหมียวเป็นสิ่งที่สำคัญกับคนญี่ปุ่นขนาดนี้ ก็เพราะว่า มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขานั่นเอง ถึงแม้หน้าตาของมันจะกวนชวนให้น่าหมั่นไส้ขนาดไหน แต่ความน่ารักของมันก็มีพลังทำลายสูง จนละลายหัวใจใครต่อใครไปไม่มากก็น้อย

อ้างอิง : https://guru.sanook.com/9819/

https://pantip.com/topic/34804634

Comments