Home World Explorer เที่ยวชมความวิจิตร “6 วิหารคริสต์” ที่บ่งบอกประวัติศาสตร์เมืองไทย!

เที่ยวชมความวิจิตร “6 วิหารคริสต์” ที่บ่งบอกประวัติศาสตร์เมืองไทย!

โบสถ์ หรือ วิหาร ในศาสนาคริสต์ เป็นศาสนสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และพึงให้ความเคารพ ไม่ต่างจากวัดในพุทธศาสนา หรือมัสยิดของชาวมุสลิม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ที่ประเทศไทยของเราเปิดกว้างด้านศาสนา ทำให้มีโบสถ์-วิหาร ที่สวยงาม ให้ชาวคริสต์ศาสนิกชนมีสถานที่ เพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของศาสนา และในมุมของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะนับถือคริสต์หรือไม่ก็ตาม ก็มีสถานที่สวย ๆ ให้ชื่นชมความงาม รวมถึงศึกษาประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์ในเมืองไทยไปในตัวอีกด้วย

ผมขอหยิบยกโบสถ์-วิหารคริสตศาสนา ที่เคยไปสัมผัสความสวยงามมาแล้วด้วยตัวเอง แนะนำมาเผื่อใครไปเที่ยวจังหวัดเหล่านี้แล้ว ก็ไม่อยากให้พลาดเข้าไปชม

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล
ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี
หนึ่งในอาสนวิหารที่โด่งดังระดับประเทศ เพราะมีความวิจิตรงามมาก ทั้งสถาปัตยกรรมภายนอก และความอลังการด้านใน ความเก่าแก่ของศาสนสถานแห่งนี้ ต้องย้อนอดีตกลับไปกว่า 300 ปี ในยุคที่ชาวเวียดนามอพยพหนีภัยสงคราม ข้ามมายังดินแดนสยาม ล่องเรือมาทางทะเล และเป็นที่มาช่วยเฉลยว่า ทำไมจังหวัดจันทบุรี จึงมีชุมชนชาวคริสต์ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดรอบ ๆ โซนภาคตะวันออกนั้นแทบไม่มีเลย (เห็นมั้ยว่าเที่ยวแนวนี้สนุก เพราะเราได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ไปด้วย)

แม้ว่าวิหารงามที่เราเห็นในปัจจุบัน เป็นหลังที่ 5 แล้ว (เพื่อขยับขยายตามจำนวนศาสนิกชนที่เพิ่มขึ้น) แต่ก็เป็นหลังที่มีความเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1903 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1909 งดงามตามแบบของวิหารคาทอลิก ที่มีสถาปัตยกรรมกอทิก ตกแต่งด้วยงานกระจกสีภาพนักบุญสะท้อนแสงสว่างงาม มีหอระฆัง หอนาฬิกาด้านบน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อีกเรื่อง คือ ในยุคสงครามอินโดจีน หลังคาทรงสูงของอาสนวิหาร เคยถูกถอดออกไปทั้งสองด้าน เพื่อป้องกันการเป็นเป้าโจมตีทางอากาศ ก่อนจะมีการบูรณะในปี ค.ศ. 2009 นำกลับมาติดตั้งใหม่ ในแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน ดังนั้น ใครไปเยือนวิหารแห่งนี้ก่อนปี 2009 จึงต้องมีภาพหายาก นั่นคือ วิหารในลักษณะไร้หลังคาสูง

ไฮไลท์ห้ามพลาดเด็ดขาด คือ พระแม่มารีประดับพลอยด้านในวิหาร ซึ่งใช้พลอยประมาณสองแสนเม็ด ประดับประดาองค์พระแม่มารี วิจิตรเลิศเกินกว่าประเมินค่า ส่วนบริเวณหน้าวิหาร มีอนุสาวรีย์พระนางมารีอาประดิษฐานอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความโดดเด่น และเป็นจุดที่ใคร ๆ ต้องแวะไปเก็บภาพเป็นที่ระลึกเมื่อมาเยือน

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง: ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร ย่านเมืองเก่าสุดเก๋ ที่ญาญ่าไปเดินเล่นในโฆษณา ททท.

อาสนวิหารพระแม่บังเกิด
ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

ความวิจิตรของอาสนวิหารแห่งนี้ เป็นหนึ่งในจุดเช็คอินของเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนตลาดน้ำอัมพวา เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากกัน ขับรถไปเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว และแถวนั้นก็มีตลาดน้ำบางนกแขวกด้วย ทำให้บางคนเรียกให้จำง่าย ๆ ว่า โบสถ์บางนกแขวก ซึ่งเป็นชื่อตำบลนั่นเอง

ตามประวัติ อาสนวิหารสร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1890 โดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากคณะมิสซังในฝรั่งเศส  และอิตาลี ใช้เวลาสร้างนาน 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์

นอกจากความเก่าแก่เกินศตวรรษแล้ว ยังมีความโดดเด่นในรูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิกอลังการ และมีความงดงามติดลำดับต้น ๆ ของไทยแน่นอน

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง: มุ่งตรงไปตลาดน้ำอัมพวา เติมความอร่อยด้วยอาหารทะเล

สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี สองคอน
ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

โบสถ์คริสต์ริมแม่น้ำโขงของมุกดาหารแห่งนี้ มีรูปแบบที่แตกต่างจากวิหารอื่น ๆ อยู่บ้าง เพราะเป็นการสร้างในสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ มองจากภายนอกคล้ายอาคารโมเดิร์น ๆ สักอย่าง แต่ภายในก็เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา รวมถึงเรื่องราวแสนเศร้า

สถานที่แห่งนี้บรรจุธาตุของมรณสักขี จำนวน 7 ท่าน และมีรูปแกะสลักเล่าเรื่องราวการยอมพลีชีพ เพื่อยืนยันความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนาคริสต์ เรื่องของเรื่องก็คือ ในยุคสงครามอินโดจีน คู่กรณีของไทยก็คือฝรั่งเศส แล้วบาทหลวงนักบุญที่ชาวบ้านนับถือก็เป็นชาวฝรั่งเศส จนเกิดมีความขัดแย้งว่าชาวบ้านที่นับถือคริสต์เป็นกลุ่มฝักใฝ่ฝรั่งเศส จึงถูกอำนาจรัฐขณะนั้นบีบบังคับให้เลิกนับถือ และนำไปสู่การสังหารผู้ศรัทธาที่ยืนยันไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อ

ว่ากันตามตรง ประวัติของสถานที่แห่งนี้น่าหดหู่มาก มันเป็นความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ ในความแตกต่างด้านความเชื่อ และศาสนา ที่ไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าที่ใดในโลก อย่างไรก็ตาม ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่เราไม่ลบลืมประวัติศาสตร์น่าเศร้านั้น แต่สร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้เป็นเครื่องเตือนสติกันไปเสียเลย

สักการสถานฯ สองคอน ได้รับรางวัลด้านสถาปนิกทั้งระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ภายในพื้นที่เดียวกันยังมีพิพิธภัณฑ์จำลองเกี่ยวกับท้องถิ่นด้วย

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง: ประมาณ 3 กิโลเมตร จากสักการสถานฯ มีแก่งกะเบา ซึ่งเป็นแก่งหินริมแม่น้ำโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบชาวบ้าน ๆ แวะนั่งชมแม่น้ำ นั่งกินอาหารเพลิน ๆ

วัดนักบุญอันนา หนองแสง
ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม

อย่าเพิ่งงงว่า เที่ยววิหารอยู่ดี ๆ ทำไมเข้าวัด เพราะบ้างครั้งชาวคริสต์เองก็เรียกโบสถ์ หรือวิหาร ว่าวัด ไม่ต่างจากชาวพุทธ และสำหรับวัดนักบุญอันนา บ้านหนองแสง ก็นับเป็นคริสต์ศาสนสถานที่งดงามอีกแห่งของไทย

แม้ว่าความอลังการใหญ่โต อาจไม่มากมายแบบวิหารแห่งอื่น แต่ที่นี่สวยงามสไตล์มินิมอล แถมด้วยทำเลทอง เพราะเป็นวัดคริสต์ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เดินเล่นชมโบสถ์ แล้วมองเห็นสายน้ำคั่นกลางไทย-ลาว เก๋ ๆ สวย ๆ กันไป

โบสถ์สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1926 มีความสวยงามของศิลปะกอทิกผสมกลิ่นอายโคโลเนียล ซึ่งเป็นอิทธิพลจากช่างชาวเวียดนาม ที่ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสอีกที ข้าง ๆ โบสถ์ยังมีอาคารสไตล์โคโลเนียลสวยงาม คือ อาคารมูลนิธิบาทหลวงเอดัวร์ นำลาภ ผู้ก่อตั้งวัดแห่งนี้

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง: ถนนหน้าวัดนักบุญอันนา เรียกว่า ถนนสุนทรวิจิตร เป็นถนนสวย บรรยากาศดีระดับ 5 ดาวของภาคอีสาน เพราะถนนเลียบขนานไปกับแม่น้ำโขง ผ่านบ้านเรือนเก่า อาคารสไตล์โคโลเนียล และร้านค้าร่วมสมัย

โบสถ์คริสตจักรตรัง
ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง

โบสถ์ที่เมืองตรังแห่งนี้ เป็นโบสถ์ขนาดเล็ก ที่เทียบเคียงความวิจิตรของวิหารอื่น ๆ ไม่ได้ แต่ก็มีเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่นแน่นอน

เริ่มจากความเก่าแก่ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1915 เพิ่งฉลองครอบรอบร้อยปีไปไม่กี่ปีนี่เอง ความเป็นเอกลักษณ์อีกด้าน คือ ในขณะที่วิหารคริสต์ส่วนมากในไทยเกิดจากมิชชันนารียุโรป แต่โบสถ์เมืองตรังนั้นเกิดจากคุณหมอชาวอเมริกัน  ที่ต้องการสร้างโบสถ์เพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ เพราะคุณหมอต้องใช้สถานที่ในโรงพยาบาล ก็คงไม่ค่อยสะดวกนัก เรื่องไปถึงทางการ ก็ได้รับการอนุมัติให้สร้างโบสถ์ชั่วคราว ก่อนจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโบสถ์เล็ก ๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ที่แม้ว่าไม่ใหญ่โต รโหฐาน แต่ก็ดูมีความงามแบบคลาสสิค เหมือนป้อมทหาร ป้อมปราการสมัยก่อน

สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ โบสถ์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในโบราณสถานล้ำค่าประจำจังหวัดตรังอีกด้วยล่ะ

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง: เที่ยวไปรอบ ๆ เมืองตรัง ไม่ต้องไปคิดมาก ตระเวนหาของกิน หาลายแทงร้านอร่อยเลย เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับนักกินมาก ๆ

โบสถ์กาลหว่าร์
เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

ความจริงแล้วโบสถ์คริสต์ในกรุงเทพฯ มีสวยงามหลายที่ แต่ถ้าแนะนำเพียงที่เดียว ก็ขอเลือก “โบสถ์กาลหว่าร์” แห่งย่านตลาดน้อย เพราะเป็นศาสนสถานที่เข้าชมได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนอะไรมาก เพียงแค่ไปให้ถูกจังหวะ แต่งกายสุภาพ และเคารพสถานที่ นอกจากนี้ พิกัดที่ตั้งของโบสถ์ ก็นับเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่สำรวจย่านเจริญกรุงไปจนถึงตลาดน้อยอยู่แล้ว

โบสถ์ปัจจุบันทรงนีโอกอทิกสวยงามที่เราเห็นนั้น เป็นหลังที่สามแล้ว แต่ก็มีความเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ.1897 โดยชาวคริสต์โปรตุเกส และกล่าวได้ว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในยุครัตนโกสินทร์

ที่มาของชื่อโบสถ์ก็น่าสนใจดี เพราะพบว่ามีกางเขนตั้งอยู่บริเวณสุสานบริเวณด้านหลัง จึงเรียกกันตามชื่อของภูเขาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน คือ เนินเขากาลวารีโอ ก่อนจะเพี้ยนเป็นกาลหว่าร์

โบสถ์แห่งนี้มีสมบัติเกินประเมินค่า คือ รูปพระศพของพระเยซูเจ้า เป็นรูปแกะสลักไม้ที่สมจริง ที่จะอัญเชิญมาประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์เพียงปีละครั้งเท่านั้น ถ้าอยากชมความขลัง ความศรัทธา ก็ต้องรอในวัน Holy Friday ซึ่งส่วนมากจะตรงกับช่วงเดือนเมษายน

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง: สตรีทอาร์ต ย่านเจริญกรุง , ชุมชนตลาดน้อย

Comments