Home Exclusive “เต๋า-เศรษฐพงศ์” กับชีวิตที่เลือก(อิสระ) 

“เต๋า-เศรษฐพงศ์” กับชีวิตที่เลือก(อิสระ) 

หลังจากหมดสัญญากับต้นสังกัดเดิม “เต๋า-เศรษฐพงศ์” นักแสดงและนักร้องที่มีจุดเริ่มต้นจากเวทีประกวดร้องเพลง มาวันนี้…เขาได้เริ่มหาความท้าทายด้วยการออกมาเป็นศิลปินอิสระและมองหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ร่วมพูดคุยกับหนุ่มหล่อคนนี้ถึงชีวิตหลังไม่มีสังกัดได้ด้านล่างนี้

ทำไมถึงตัดสินใจออกมารับงานเอง?

“เราก็เริ่มรู้สึกว่าอยากทำอะไรใหม่ ๆ” เต๋าเกริ่นหลังจากที่เขาเท้าความว่าหลังหมดสัญญากับที่เดิมแล้วเขาคิดอย่างไร “เราอยากออกมารับงานที่หลากหลายโดยมีผู้จัดการส่วนตัวของเราเลย ไม่ต้องผ่านบริษัท เพราะว่าเราโตขึ้น อยากทำอะไรเองบ้าง…” เขาเว้นจังหวะ “ก็คิดนานเหมือนกัน เราเองก็ต้องชัวร์ด้วยว่าเราจะรอด เพราะตอนที่อยู่กับต้นสังกัดก็คือแฮปปี้มาก แต่ว่าเราอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดู”

“จนวันที่ตัดสินใจแล้วว่าเราจะออกมารับงานเอง ช่วงแรกยังไม่มีผู้จัดการนะ เรารับงานเองโดยให้คุณพ่อเป็นคนดูคิว ซึ่งคุณพ่อก็งง ๆ  เราเลยต้องจัดการดูแลเองทั้งหมด จนมาถึงจุดที่ไม่ไหวแล้วเราต้องมีผู้จัดการ พอได้มามันก็เป็นการทำงานในอีกรูปแบบหนึ่ง”

ชีวิตหลังไม่มีสังกัดเป็นยังไง?

“คือตอนมีสังกัด บริษัทมีหลายส่วน เราไม่ได้มีผู้จัดการส่วนตัว การติดต่องานก็จะผ่านส่วนต่าง ๆ แล้วแต่ว่าใครรับผิดชอบอะไร แต่พอมีผู้จัดการ เค้าจะเป็นคนดูแลส่วนงานทั้งสามอย่างนี้ให้เราหมดเลย เค้าจะถามเราตลอดว่างานนี้โอเคไหม และทำให้การตัดสินใจหลายอย่างรวดเร็วขึ้น เราก็จะทำงานได้เร็วขึ้นเพราะคุยปุ๊บรู้ผลทันที งานที่เข้ามาก็จะหลากหลายมากขึ้น“

“คิวเราก็ต้องดู งานเราก็ต้องทำ ราคาค่าตัวเราก็ต้องคุยต้องตัดสินใจ เรื่องรายละเอียดงาน เช่น ละครต่าง ๆ เราก็ต้องตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ ทีนี้เวลาเรามีน้อย เราไม่สามารถโฟกัสที่การทำงานได้อย่างเต็มที่เหมือนเมื่อก่อน เลยต้องมีผู้จัดการซึ่งเราก็ต้องมาเลือกกันอีก เพราะมันจะมีเรื่องของคอนเนกชั่นของผู้จัดการ การคุยการพูดจากับลูกค้า อัธยาศัยของเค้าเขากับเราได้หรือเปล่า ซึ่งผู้จัดการมีส่วนสำคัญมากนะครับ”

ต้องพิสูจน์ตัวเองขนาดไหนเมื่อออกมาทำเอง?

“พิสูจน์ตัวเองทุกวัน” เต๋าตอบเมื่อเราถามว่าตัวเขาต้องต้องพิสูจน์อะไรบ้างไหมหลังจากที่ไม่มีสังกัด “ทั้งเรื่องบทบาทที่เปลี่ยนไปในทุกเรื่อง ด้วยความที่เราโตขึ้น…บทบาทที่ได้รับก็จะเปลี่ยนไปตามช่วงวัย ก็เป็นหนทางที่จะได้แสดงฝีมือว่าเราเล่นได้หลากหลาย เล่นบทไหนก็ได้

“แล้วก็เรื่องของขอบเขตในการรับงาน ผ่านคอนเนคชั่นที่เรามีและผู้จัดการมี เพื่อจะดูว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน ผ่านการวางตัวในวงการ มารยาททางสังคม เพราะนั่นคือการจ้างงานของลูกค้าเลย รวมไปถึงเรื่องของผู้ติดตาม ฐานแฟนคลับที่คอยสนับสนุนผลงานของเรา”

เคยมีวันที่ท้อบ้างไหม?

“ไม่มีเลยครับ มีแค่วันที่เหนื่อย อยากพักจังเลย แต่พอนอนแล้วจบ กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม”

แปลว่าตอนนี้เราโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนใช่ไหม?

จากการพูดคุยกันมาสักพัก ทำให้เรารู้ว่าเต๋าคนนี้กับเมื่อครั้งแรกที่เข้าสู่วงการเป็นคนละคนอย่างเห็นได้ชัด เป็นเต๋าที่เติบโตขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น “ในสมัยก่อนอยากทำอะไรเราก็ทำ ซึ่งก็นับเป็นข้อดีเพราะทำให้เราเห็นตัวเองมากขึ้นว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร หรือไม่อยากทำหรือไม่ถนัด ” เขาเล่า “แต่เมื่อโตขึ้น ความนิ่ง ความใจเย็นก็เข้ามาแทนที่ และจัดลำดับความสำคัญให้กับตัวเองได้มากขึ้น

“ก็แก่ขึ้นครับ” เขาหัวเราะ “เราโตขึ้น มีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น เริ่มรู้แล้วว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร  มองเห็นแนวทางแล้วว่าเราควรจะไปทางไหน”

อะไรที่ทำให้เรายังอยู่ในวงการบันเทิง?

“หลายส่วนเลยครับ ทั้งความรักในอาชีพ แฟนคลับที่ยังคงติดตามและให้การสนับสนุน “พี่บอย” “พี่ตุ้ย” AF เคยบอกกับผมว่า ช่วงแรกเป็นฟรีแลนซ์มันก็อยู่ได้นะ แต่ต่อไปต้องแสดงฝีมือบ้างต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สอนไม่ได้  เราต้องมีวิชาติดตัว ต้องเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวัน เพราะคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา”

“เราต้องทำยังไงก็ได้ให้คนเห็นความสามารถเพราะนั่นคืองาน อย่างเช่น กางบทละครมา 10 เรื่อง ขอให้เค้าเห็นหน้าเราสัก 6-7 เรื่องก็ดีแล้ว ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้านึกถึงเรา อยากทำให้ได้แบบนั้น เราเลยต้องเต็มที่กับทุกบทบาทที่ได้รับ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นแค่บทนี้เท่านั้น ทุกงานคือโอกาสที่เราจะแสดงฝีมือ เพื่อนำไปสู่งานต่อ ๆ ไป”

อยากให้คนจำเราแบบไหน นักร้องหรือนักแสดง?

“ตอนนี้เค้าเรียกว่าเต๋าหน้าโหลแล้ว มาทุกช่องเลย” เขาหัวเราะอีกครั้ง “คือภาพแสดงชัดมาก แต่เราก็รักในการร้องเพลงนะ อยากให้เค้ารู้ว่า เราครบทั้งร้องเพลงและแสดงละคร  ตอนนี้ภาพแสดงเราชัดมากแต่การร้องเพลงมันยังไม่ชัด เราก็ยังอยากแสดงความสามารถด้านการร้องเพลงของเรา ยังไม่อยากทิ้งมันไปเพราะเราชอบมันจริง ๆ

“เอาจริง ๆ เพลงเราไม่ได้ทำบ่อย แต่ก็มีร้องเพลงบ้างในวันที่ต้องออกอีเว้นท์ ถ้าให้สัดส่วนก็อาจจะซัก 3 ส่วนงานละครเราทำทุกวัน ก็เอาไป 7 พิธีกรตอนนี้ทำอยู่ครับ มีรายการ The First Ultimate เป็นรายการท่องเที่ยว ชอบครับ สนุกมาก ได้ไปเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไป ได้เห็นหลาย ๆ ประเทศที่เราไม่คิดว่าจะได้ไป หรืองานละครเวที ก็เป็นอะไรที่น่าสนและท้าทาย ถ้ามีโอกาสก็อยากรับงานละครเวทีอีกครั้งครับ”

อัพเดทผลงานล่าสุดให้เราหน่อย

“มี 2Brothers แผนลวงรักฉบับพี่ชาย ครับ ออนแอร์วันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เรื่องนี้มีนักแสดงหลายท่านเลยไม่ว่าจะเป็นผม น้องบาส SBFIVE, น้องฟาง, ซัน-ประชากร และนักแสดงเบอร์ใหญ่อีกหลายคน เป็นละครที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย มีความฟินและจิ้นด้วย รับประกันความสนุกจากผู้กำกับมือทองครับ แล้ววันต่อมา 17 กุมภาพันธ์ มาดูคอนเสิร์ตกันได้เลย AF8 Infinity Concert โมเมนต์ต่าง ๆ ในบ้านที่ทุกคนคิดถึง ก็จะได้เห็นกันในคอนเสิร์ตแน่นอน มากกว่านั้นคือตอนนี้ทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง ก็อยากให้มาเจอกันครับ”

 

ขอบคุณเสื้อผ้าจาก TOPMAN @ZEN

ขอบคุณสถานที่จาก K – PUB @SHOWDC

Comments