Home Interior Addict เช็คก่อนซื้อ! เลือกขนาด “ตู้เสื้อผ้า” ยังไง? ให้เหมาะกับบ้านของคุณ!

เช็คก่อนซื้อ! เลือกขนาด “ตู้เสื้อผ้า” ยังไง? ให้เหมาะกับบ้านของคุณ!

สัดส่วนและระยะการใช้งานในการออกแบบตู้เสื้อผ้า เป็นตัวเลขอีกชุดหนึ่งที่มีความสำคัญกับเจ้าของบ้านและนักออกแบบมือใหม่ไม่น้อย เพราะปัญหาที่พบบ่อยครั้งของการใช้งานตู้เสื้อผ้าคือการแบ่งพื้นที่ใช้สอยและระยะต่าง ๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกในการใช้งานและไม่ตรงตามความต้องการของแต่ละคนที่มีไม่เหมือนกัน จนทำให้ตู้เสื้อผ้ามีขนาดตื้นเกินไป จนให้หน้าบานปิดแล้วกดทับกับเสื้อที่แขวน หรือช่วงตู้ส่วนที่แขวนตื้นเกินไปทำให้ชายเสื้อและแขนเสื้อกองยับกับพื้นตู้และใช้งานได้ไม่อย่างเต็มที่ ไม่ก็ตู้มีความลึกหรือกว้างจนเกินไปทำให้เสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์

 

โดยปกติขนาดมาตราฐานของตู้เสื้อผ้าโดยทั่วไปจะมีความลึกประมาณ 0.60 ม. (แต่ถ้ามีพื้นที่จำกัดตู้สามารถมีความลึกได้ไม่ต่ำกว่า 0.50 ม.) ระดับราวแขวนของเสื้อผ้าทั่วไปควรมีความสูงจากฐานด้านล่าง 0.95 ม. ระยะเอื้อมของราวแขวนชั้นบนมีความสูงประมาณ 1.80 – 2.10 ม.จากพื้น และความยาวของราวแขวนเสื้อในแต่ละช่วงควรมีขนาดไม่เกิน 1.20 ม. (ถ้ามีความยาวมากกว่านี้ควรจะมีตัวรับราว เพื่อกันราวแอ่นในกรณีที่ต้องรับน้ำหนักจากเสื้อผ้าที่แขวนจำนวนมาก ๆ) ตู้เสื้อผ้าแบบ Built in ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เหนือราวแขวนด้านบนไปจนชนฝ้าเพดาน ขนาดจะสูงเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับความสูงของฝ้าเพดาน ส่วนใหญ่พื้นที่ที่เหลือเหล่านี้จะนำมาใช้ประโยชน์เป็นช่องเก็บของที่นาน ๆ ใช้ที เช่น กระเป๋าเดินทาง เสื้อผ้าตามฤดูกาลที่นาน ๆ ใช้ครั้ง หรือแม้แต่ หมอน หรือชุดเครื่องนอนสำรอง เป็นต้น

บางบ้านที่มีเสื้อผ้าเยอะและต้องใช้พื้นที่เก็บเสื้อผ้ามาก ๆ อาจจะตกแต่งห้องหรือบริเวณของห้องส่วนหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้าล้วน ๆ ตู้เสื้อผ้าลักษณะแบบนี้จะเรียกว่า Walk-In Closet คือ ตู้เสื้อผ้าที่สามารถเดินเข้าไปได้เลย ซึ่ง Walk In Closet จะมีหรือไม่มีหน้าบานก็ได้ ซึ่งมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน  ข้อดีของการมีหน้าบานก็คือ สามารถป้องกันฝุ่น และปิดบังความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเสื้อผ้าได้ ส่วนข้อดีของแบบไม่มีหน้าบานคือสามารถเห็นเสื้อผ้าได้เลย ไม่ต้องไล่เปิดทีละบาน

วิธีง่าย ๆ ในการจัดหมวดหมู่ของตู้เสื้อผ้าให้ใช้งานได้ง่ายและเป็นระเบียบ

  1. แยกหมวดผู้ใช้งาน เช่น ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ
  2. แยกประเภทเสื้อผ้าตามความถี่ในการใช้งาน เช่น เสื้อผ้าที่ใส่ประจำ เสื้อผ้าที่ใส่นานครั้ง เสื้อผ้าที่ใส่ซ้ำ
  3. แบ่งหมวดหมู่ของขนาดเสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ที่จะเก็บภายในตู้ เช่น เสื้อเชิ้ต ชุดแซกสั้น สูทที่มีถุงเก็บ ชุดราตรียาว กางเกง เสื้อผ้าแบบพับเก็บ หมวก กระเป๋า เป็นต้น

วัฒนา โกวัฒนาภรณ์

Managing Director / Interior Designer

abalance interior design co.,ltd.

ภาพประกอบ

https://www.germanstandard.com/bedrooms/

Comments