Home Way of Life เงินเดือน “15,000” ไปเที่ยวไหนในเมืองไทยได้บ้าง!

เงินเดือน “15,000” ไปเที่ยวไหนในเมืองไทยได้บ้าง!

เรื่องเที่ยวจะใกล้จะไกลก็เป็นเรื่องใหญ่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนงบน้อยที่กว่าจะได้ไปเที่ยวแต่ละที ก็ต้องเก็บหอมรอมริบกันเป็นเวลานาน เอาล่ะ…เราจะพาไปดูกันว่าใน 7 ภาคส่วนทั่วประเทศไทยนั้น คนเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท ถ้าวางแผนเก็บเงินดี ๆ แล้วล่ะก็ จะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

 

1 ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, แพร่, น่าน

ท็อปฮิตของภาคเหนือก็ไม่พ้นเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ที่คุณสามารถเลือกเส้นทางการเดินทางไปได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะรถบัส รถไฟ หรือสายการบินโลว์คอสท์ที่จัดโปรฯ ออกมาเรื่อย ๆ บางทีตั๋วก็ราคาถูกแสนถูกจนน่าประหลาดใจ

โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่มีโรงแรมและที่พักหลายประเภทให้เลือก ทั้งจะนอนในตัวเมืองหรือรอบนอกก็ได้ นอกจากที่เที่ยวทางวัฒนธรรมและที่แฮงค์เอาท์ชิคเก๋แล้ว เชียงใหม่กำลังจะมีเชียงใหญ่เฟสในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน มหกรรมเทศกาลดนตรีแห่งแดนเหนือในราคาบัตร 1,500 บาทให้เป็นตัวเลือกอีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีน่าน แพร่ เมืองรองที่เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในงบที่คนเงินเดือนหมื่นห้าสามารถไปได้ล่ะก็ สัก 5-6 พันน่าจะไหว

2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครราชสีมา, ขอนแก่น, เลย,  หนองคาย

อีสานบ้านเฮามีที่เที่ยวสารพัด จะไปขอนแก่นเพื่อไปดูไดโนเสาร์หรือแวะเที่ยวชมเขื่อนอุบลรัตน์ เลยก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีทั้งเชียงคานที่เป็นที่เที่ยวสุดฮิตเสมอมา หรือจะไปอ่างเก็บน้ำห้วยกระทิงเพื่อแวะสูดอากาศดีๆ แบบไม่ต้องเสียค่าเข้าชม หรือไปถึงหนองคาย เมืองน่ารักๆ ริมฝั่งโขง

ที่สำคัญที่สุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือจังหวัดสุดฮิตอย่างนครราชสีมา ที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึงเขาใหญ่เป็นสิ่งแรก ด้วยที่พักที่หลากหลาย จุดแวะชมแวะเที่ยวก็เยอะ ทำให้เขาใหญ่ไม่เคยถูกตัดออกจากลิสต์คนอยากเที่ยวต่างจังหวัดเลย และที่สำคัญกว่านั้น สิ้นปีนี้ยังมีงาน “Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 10” ที่ The Ocean เขาใหญ่ ในวันที่ 7-8 ธันวาคม เป็นช่วงหน้าหนาวพอดิบพอดี นอกจากจะได้ไปสัมผัสลมเย็นๆ แล้ว คุณยังได้พบกับกองทัพศิลปินที่ขนขบวนไปอีก เรื่องที่พักก็สามารถเลือกได้ว่าจะนอนเตนท์ในราคา 2,000 บาท (นอนได้สองคน) ก็ได้ หรือถ้าสามารถหากที่พักข้างนอกได้ถูกกว่านี้ก็จะประหยัดไปอีก ส่วนเรื่องการเดินทางนั้นถ้าไม่ติดรถใครไปแล้วอยากประหยัด ทางงานมีรถตู้ “วินเทวาดา” ไปกลับ 550 บาทถ้าจองก่อนวันงานหรือรถบัสไปกลับที่ 690 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.bigmountainmusicfestival.com/ticket/id/9 ถ้าให้ประมาณงบให้ล่ะก็ 5,000 บาทก็เอาอยู่

อ้อ! เราเผื่อแพลนปีหน้าให้ด้วยเลย เพราะในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563 ยังมี “เทศกาลดนตรีนั่งเล่น ครั้งที่ 5” โลเคชั่นเดียวกันเลย ใครที่งบยังขาดอยู่ รีบเก็บเงิน! เวลายังมี

ภาพจาก http://www.konkhonkaen.com

3 ภาคตะวันออก: ชลบุรี, ระยอง, ตราด

แม้ภาคตะวันออกจะมีไม่กี่จังหวัด แต่เราก็สามารถเที่ยวที่นี่ด้วยงบไม่กี่พัน โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่บางคนอาจจะมีเวลาไม่มากนัก การเที่ยวในจังหวัดใกล้ ๆ เพียง 1-2 ชั่วโมงก็ดูเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล อย่าง ชลบุรี ระยอง ก็เป็นจังหวัดที่ไปเที่ยวได้ง่าย ๆ แต่ถ้าอยากสัมผัสทะเลมากกว่านั้น ก็อาจจะต้องเลยไปถึงตราดเพื่อยังไปเกาะช้างและเกาะกูดที่ต้องเพิ่มงบขึ้นมาอีกเล็กน้อย แต่รวมแล้วถ้าไปเที่ยวจากกรุงเทพฯ ในงบเริ่มต้นพันสองพันก็สามารถไปเที่ยวได้แล้ว

4 ภาคตะวันตก: ราชบุรี, กาญจนบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี

แม้ภาคตะวันตกจะมีเพียงไม่กี่จังหวัด แต่ในแต่ละพื้นที่ก็มีคาแรคเตอร์ของตัวเองอย่างชัดเจน และมักเป็นจุดหมายอีกที่สำหรับชาวกรุงเทพฯ เพราะระยะเดินทางสูสีกับการไปเที่ยวแถบภาคตะวันออก

กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่งบน้อยก็เที่ยวได้ งบกลางถึงปลายก็เที่ยวได้ เพราะไฮไลท์ของที่นี่คงหนีไม่พ้นการนนอนแถวริมแม่น้ำแคว ชมทางรถไฟสายมรณะที่เป็นทัวร์ลิสต์เจ้าประจำ หรือการนอนแพเหนือเขื่อนก็เป็นตัวเลือกที่หลาย ๆ คนเลือกบ่อย ๆ

ส่วนราชบุรีนอกจากโอ่งที่ขึ้นชื่อแล้วยังมีที่พักในป่าในเขามากมายคล้าย ๆ เขาใหญ่ หรือบางคนอาจจะเลือกจะขับรถไปให้อาหารแกะ แวะเล่นโกคาร์ทแล้วกลับ กทม. ในวันเดียวก็ได้

ท้ายสุดคือประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีที่มักมาคู่กับเสมอสำหรับการไปรับลมทะเล โดยมีหัวหินและชะอำเป็นชอยส์ตีคู่กันมาเสมอ (และบางทีก็เลือกไม่ได้ว่าจะไปที่ไหน)

5 ภาคใต้: ระนอง, ตรัง, ชุมพร

ภาคใต้อาจจะฟังดูต้องใช้งบเยอะในการเที่ยว แต่ลองพักภูเก็ตที่ค่าครองชีพสูงไว้สักแปบ เพราะยังมีระนอง เมืองรองที่เป็นตัวเลือกเพิ่มเข้ามา ระนองมีอะไร? ระนองมีบ่อน้ำร้อนรักษะวารินที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและบ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง ยังมีวัดบ้านหงาว วัดสำคัญของจังหวัดให้ไปสักการะด้วย

หรือจะไปตรังที่เราคิดถึงหมูย่างของเขาเสมอ และยังมีเกาะแก่งให้คุณซื้อทัวร์ออกไปชมได้อีก ไม่ชอบเหรอ? ไปชุมพรสิ ที่นอกจากจะมีกาแฟเขาทะลุที่มีร้านเต็มไปหมด ยังมีหาดทรายรีที่เป็นหาดทรายขาว น้ำทะเลใส เป็นหาดที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนี้ และศาลกรมหลวงชุมพรสุดศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครมาที่นี่ก็ต้องแวะมา

ส่วนเรื่องการเดินทาง รูททางใต้มีเที่ยวบินจากหลายเจ้าไปลงอยู่แล้ว หรือคุณจะนั่งรถทัวร์ไปก็ได้ ง่ายจะตาย

ภาพจาก http://trangthailandtravel.blogspot.com, https://radio.revistaemprender.info

6 ภาคกลาง: สุพรรณบุรี, อ่างทอง, สมุทรสงคราม

ถ้ารู้สึกว่าอยุธยานั้นจำเจเกินไป ลองไปสุพรรณบุรีไม่ก็อ่างทองดูสิ อย่างสุพรรณบุรีนั้นขับรถไปจากรุงเทพฯ ก็แปบเดียว คุณจะได้เที่ยวทั้งตลาดสามชุก, อุทยานมังกรสวรรค์, บึงฉวาก ฯลฯ ไม่งั้นก็เป็นอ่างทองไหม เพราะสายทำบุญต้องชอบแน่ ๆ เนื่องจากจังหวัดนี้มีวัดวามากมายให้ไปสักการะทั้ง วัดจันทรังษี, วัดขุนอินทประมูล, วัดสังกระต่าย, วัดม่วง, วัดท่าอิฐ ฯลฯ จะทำทริปทำบุญเก้าวัดที่นี่เลยก็ได้

ถ้าอยากกินอาหารทะเลก็ไปสมุทรสงครามก็ได้ ขับจากเมืองหลวงไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ก็ทานอาหารทะเลเนื้อเด้ง ๆ กันแล้ว ไม่ก็ไปเดินเล่นดอนหอยหลอด, ตลาดอัมพวา, ตลาดร่มหุบ เป็นต้น

รับรองว่ามนุษย์เงินเดือนอย่าง ๆ เราก็สามารถไปเที่ยวกันได้ชิล ๆ แบบเช้าไปเย็นกลับ งบสามสี่พันน่ะเอาอยู่เหลือ ๆ

ภาพจาก https://77kaoded.tan.cloud

7 กรุงเทพมหานคร

อยู่แต่ในกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรก็เที่ยวได้ ใครว่าเมืองที่แสนวุ่นวายนี้จะมีแต่ห้างอย่างเดียว ในเมืองที่เต็มไปด้วยวัดแบบนี้จะไปทำทริปทำบุญเก้าวัดที่เป็นที่นิยมก็ได้ หรือจะไปตามซอกซอยต่าง ๆ ที่มีคาเฟ่เก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปเต็มไปหมด และในยามราตรีก็ยังมีบาร์ให้ไปนั่งจิบกันสักแก้วสองแก้วก่อนกลับ

นอกจากนั้นยังมีคอนเสิร์ต “Hall of Fan” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ เดือน เป็นคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ในราคาสบายกระเป๋า ณ GMM Live House ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ราคาบัตรแค่ 399 บาทเอง ถูกกว่าชาบูบางร้านอีกแน่ะ  นอกจากค่าเข้างานจะถูกมากแล้ว ค่าเดินทางก็ยิ่งถูกเพราะไม่ต้องออกไปไหนไกล อาจจะเสียแค่ค่ารถไฟฟ้านิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง เรียกว่างบน้อยไม่เกินห้าร้อยก็มีความสุขได้ ส่วนศิลปินที่จะขึ้นเวทีคราวนี้จะเป็นใคร ติดตามได้จากทางแฟนเพจของ Hall of Fan ได้เลย

เห็นไหมว่าไม่ต้องใช้งบเยอะ ๆ ก็สนุกในกรุงเทพฯ ได้เหมือนกัน

 

 

Comments