Home The Artist เกิดมาเพื่อร้อง! “โบ สุนิตา” ศิลปินหญิงที่ล้านตลับเร็วที่สุดของแกรมมี่!

เกิดมาเพื่อร้อง! “โบ สุนิตา” ศิลปินหญิงที่ล้านตลับเร็วที่สุดของแกรมมี่!

“…นักร้องหูเทวดา…”

นี่คือคำจำกัดความของพี่ติ๊ด – โสฬส ปุณกะบุตร Producer แถวหน้าผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงไทยมาตั้งแต่ยุคล้านตลับ ใช้นิยาม “โบ – สุนิตา ลีติกุล” ศิลปินคนแรกและคนเดียวของแกรมมี่ที่ก้าวเข้ามาเป็นนักร้องตามขั้นตอน ด้วยภาพของเด็กผู้หญิงธรรมดา ออกจะบ้าน ๆ เสียด้วยซ้ำถ้าให้เธอจำกัดความ ซึ่งถือเทปเพลงอัดเสียงตัวเองม้วนหนึ่ง แล้วเดินหน้าเข้ามาสมัคร จนสุดท้ายเธอได้กลายเป็นเจ้าของสถิติยอดขายล้านตลับรวดเร็วที่สุดของแกรมมี่

แต่แน่นอนว่า การเดินทางของเด็กสาวคนนั้น มาถึงวันนี้ นับเป็นอะไรที่พิเศษ (มาก ๆ) แล้วเธอทำให้เกิดความพิเศษนี้ขึ้นได้อย่างไร ? อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เธอคนนี้ ? บางทีเรื่องราวของเธอต่อจากนี้ อาจจะทำให้เราได้คำตอบไปพร้อมๆ กับการรู้จัก โบ สุนิตา ที่เรายังไม่ได้รู้จักมาตลอด 24 ปีในวงการเพลงเลยก็เป็นได้

Minus One Karaoke และพี่แจ้ ดนุพล ที่สร้างโบ สุนิตา

ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้มีฐานะอะไร ดังนั้นงบประมาณที่จะไปลงกับของเล่นในวัยเด็กสำหรับโบ สุนิตาคนนี้ จึงแทบจะไม่มีเลย สิ่งหนึ่งที่เธอถือว่าเป็นของเล่นสำหรับเธอและเธอรักมาก คอยเก็บสตางค์ค่าขนมเพื่อไปซื้ออยู่เสมอ นั่นก็คือ เทปเพลงของศิลปินต่าง ๆ แต่ที่เธอรักยิ่งกว่าเทปจริง ๆ ของนักร้องก็คือผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Minus One Karaoke” นั่นก็คือ เทปที่ตัดเสียงร้องของนักร้องออก เหลือแต่ดนตรีจริง ๆ ให้ได้ฝึกร้อง ซึ่งความสนุกสำหรับเธอคือการได้อัดเสียงตัวเองใส่เข้าไปในเพลงนั้น ๆ

แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าความสนุกในวัยเด็กวันนั้น จะตกตะกอนเป็นความฝัน (และกลายเป็นความจริง) สำหรับเด็กหญิงสุนิตาเลย จนกระทั่งเธอได้ไปเห็นพี่แจ้ – ดนุพล แก้วกาญจน์ และสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ เล่นดนตรีอยู่ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เธอจึงได้รู้ตัวว่าชีวิตนี้สุนิตา อยากจะเป็นนักร้องนี่แหละ โดยที่ระหว่างทางในชีวิตไม่เคยมีความคิดความฝันอยากจะทำอย่างอื่นอีกเลย

อายุ 15 เดินมากับเทปม้วนหนึ่ง

เมื่อถึงวัย 15 ปี สุนิตาก็ตัดสินใจทำความฝันตัวเองให้เป็นจริง ด้วยการลองเสี่ยงเขียนจดหมาย (จดหมายจริง ๆ) ไปหาญาติที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้รับจัดคอนเสิร์ตในภาคใต้ ว่าเธออยากจะสมัครเป็นนักร้องที่แกรมมี่ เธอจะต้องทำอย่างไรบ้าง ญาติของเธอจึงโทรไปหาพี่แดง – ปรีชา ภาคอุทัย ที่ในขณะนั้นเป็นผู้จัดการมอส ปฏิภาณ จึงได้รับคำแนะนำว่าให้ลองอัดเสียงร้องใส่เทปมาส่งที่แกรมมี่ดู

แล้ววันนั้นก็มาถึง เธอถือเทปเพลงอัดเสียงตัวเองร้องเพลงคิดถึงเหลือเกิน (มาลีวัลย์ เจมีน่า) / ผิดไปแล้ว (มาช่า วัฒนพานิช) / ปล่อยใจฝัน (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) และ เสียใจได้ยินไหม (ใหม่ เจริญปุระ) เรียกว่าร้องมาทุกแนวของนักร้องหญิงในเวลานั้น แล้วมานั่งรออยู่ตามนัดที่หน้าห้องพี่นิค – วิเชียร ฤกษ์ไพศาล (รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการผลิตและโปรโมชั่นของแกรมมี่) ซึ่งต้องรออยู่หน้าห้องเป็นชั่วโมง ๆ เพราะเทปของเธอนั้นต้องเดินทางขึ้นลงตึกไปให้ผู้บริหารใหญ่แกรมมี่หลาย ๆ ท่านฟังให้ทั่วถึง (มีพี่เล็ก – บุษบา ดาวเรือง เป็นต้น) เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเธอร้องเอง มันร้องดีเกินไป !

จนในที่สุด เธอก็ได้รับคำถามกลับมาว่า “ถ้าอัดมาขนาดนี้แล้ว ผลคือไม่ได้ล่ะ จะทำอย่างไร” เธอก็ตอบไปสั้น ๆ ตามประสาเด็กอายุ 15 ปี ว่า “ก็แค่กลับไปทำใหม่ แล้วกลับมาเป็นเราในแบบที่ดีกว่าเดิมค่ะ” นั่นจึงทำให้เธอได้เข้าไปสู่การ Screen Test ร้องเพลงผิดไปแล้ว และความดันทุรังสูง ในห้องอัดอีกครั้ง

นัก (เรียน) ร้อง (เพลง) ผู้กลายมาเป็น นักร้อง (Guide)

หลังจากที่ Screen Test ต่าง ๆ มากมายกว่า 1-2 สัปดาห์ ในที่สุดพี่ดี้ – นิติพงษ์ ห่อนาค Producer ระดับสูงท่านหนึ่งของแกรมมี่ในขณะนั้นก็เปิดประตูมาบอกเธอว่า “ไม่ต้องร้องแล้ว ขอต้อนรับเข้าสู่แกรมมี่นะ”

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะได้เป็นนักร้องออกเทปเลยหลังจากประโยคนั้น เพราะสุนิตานั้นยังต้องฝ่าฟันอีกอีกยาวไกล เริ่มต้นจากการเข้าชั้นเรียนร้องเพลงกับพี่นิ่ม สีฟ้า – กัลยารัตน์ วารณะวัฒน์ นักแต่งเพลงและครูสอนร้องที่ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยบที่สุดแล้วในแกรมมี่ ร่วมชั้นเรียนกับ อิงค์ – อ่ำ (อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยาและอัมรินทร์ นิติพน) / โย – ยศวดี หัสดีวิจิตร และ Y Not 7 จากเด็กหญิงผู้อ่านโน้ตเพลงไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ ก็ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นตัว Top ของชั้นเรียนคู่กับ กอล์ฟ – รุ่งโรจน์ ผลหว้า มือเบสและหัวหน้าวง Y Not 7

จนสุดท้ายเธอได้รับงานนักร้อง Guide ให้กับศิลปินในแกรมมี่มากมายทั้ง มาลีวัลย์ เจมีน่า / คริสติน่า อากีล่าร์ /ทาทา ยัง / นัท มีเรีย / เจ เจตรินและพาเมล่า เบาว์เด้น ควบคู่ไปกับการทำเพลงของตัวเอง นับว่าเป็นศิลปินคนเดียวในสมัยนั้นที่ได้ทำอะไรแบบนี้

“เรายังรักกันอยู่ใช่ไหม” และ “อยากให้เธออยู่ตรงนี้”

และวันที่เธอจะได้มีเพลงของตัวเองจริง ๆ ก็มาถึง เมื่อเธอได้รับงานให้ร้องเพลง “ยังรักกันอยู่ใช่ไหม” ประกอบละครลัดฟ้ามาหารัก (2538) นั่นคือเพลงแรกที่ทำให้สาธารณชนได้รู้จักกับ “โบ สุนิตา” นักร้องหญิงเสียงดีที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาจากไหน (ฮา) แต่เพลงของเธอก็ได้รับกระแสชื่นชม จนกระทั่งมีผลงานเพลงประกอบละคร เพลงที่สองออกมาต่อเนื่องกัน นั่นคือเพลง “อยากให้เธออยู่ตรงนี้” ประกอบละครพริกขี้หนูกับหมูแฮม (2538) และทั้งละครและเพลงประกอบก็ดังถล่มทลายจนเรียกว่าเพลงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งลายเซ็นของโบ สุนิตา นั่นจึงทำให้แกรมมี่ มั่นใจแล้วว่า ถึงเวลาที่จะทำอัลบั้มให้สุนิตาแล้ว

“เราเห็นนายที่ RCA” ประโยคเดียวจากอาเต๋อ – เรวัต ที่ล้ม Project สุนิตาทั้งอัลบั้ม

แต่เมื่อทำเพลงในอัลบั้มแรกไปได้จนเสร็จแล้ว พร้อมที่จะผลิตและวางแผง วันหนึ่งเธอก็ได้ไปเที่ยว RCA ย่านบันเทิงของวัยรุ่นที่ดังมาตั้งแต่ยุคนั้นจนตอนนี้ แต่เธอนั้นไม่ชอบกลิ่นบุหรี่และดื่มเหล้า การไปเที่ยวของเธอนั้นจึงเป็นการไปสนุกสนานกับเพื่อน ๆ เสียมากกว่า ภาพที่เกิดขึ้นจึงเป็นสุนิตาและผองเพื่อนเดินผ่านร้านไหน เจอเพลงที่ชอบก็หยุดเต้นเพลงนั้นหน้าร้านไปเลย ท่ามกลางผู้คนและรถติดที่เคลื่อนตัวผ่านไปช้า ๆ

จนเมื่อเธอกลับเข้ามาที่แกรมมี่ในวันต่อ ๆ มา อาเต๋อ – เรวัต พุทธินันทน์ ก็ได้กล่าวขึ้นเมื่อเจอหน้าเธอว่า “เราเห็นนายที่ RCA” ประโยคนั้นทำให้สุนิตาต้องเสียวสันหลังวาบ เพราะเธอเองนั้นยังเด็กและสำหรับพี่ ๆ เธอออกจะเป็นเด็กนิ่ง ๆ เสียด้วยซ้ำ ซึ่งต่อมา อาเต๋อได้ตัดสินใจคุยกับโบว่า เพลงที่ทำเสร็จไปแล้วนับสิบเพลงนั้น มันเป็นเพลงที่ดีและเพราะทั้งหมด แต่มันไม่ใช่ตัวตนของสุนิตา อาเต๋อจึงถามเธอว่า เธอยอมเสียเวลาทิ้งงานที่ทำมาไหม แล้วเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ให้เป็นตัวเธอ และเธอก็ตอบตกลง

Beau (โบ)”

ในขณะที่อาเต๋อตกลงกับโบ สุนิตาว่าจะทำเพลงในอัลบั้มแรกใหม่ทั้งหมด อาเต๋อก็ได้มอบหมายให้ พี่ปอนด์ – ธนา ลวสุต รับหน้าที่ Producer ของอัลบั้มนี้ พร้อมทั้งทิ้งโจทย์ไว้ว่า “…ถ้าทำโบ สุนิตา ให้เป็น Easy Listening น่าจะขายได้สักสามแสนตลับ แต่ถ้าทำโบ สุนิตา เป็น Rock น่าจะขายได้สักหกแสนตลับ…” แต่จากคำสั่งโจทย์ก็กลับกลายเป็นคำสั่งเสียของอาเต๋อไปเสียก่อน พี่ปอนด์จึงตัดสินใจทำอัลบั้มนี้ในแนว Rock ต่อ โดยได้พี่ดี้ – นิติพงษ์ ห่อนาค เป็นผู้ดูแล Project

พร้อมกันกับการทำงานหนักของพี่ฉัน – ฉันทนา ศรีอนุชาต ผู้ดูแลด้านกลยุทธ์การสื่อสารของแกรมมี่ ที่ยังอึ้ง ๆ กับการเปลี่ยนภาพลักษณ์ขอโบ สาวนิ่ง ๆ ที่พี่ ๆ รู้จักเป็น Rock แต่ในที่สุด พี่ฉันก็ตัดสินใจเคาะ Concept ของงานสื่อสารว่า “ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อร้องเพลง” เราจึงได้เห็นภาพโปรโมทที่เป็น Scale บน Microphone ที่ใช้ Test เสียงของนักร้อง พร้อมเข็มที่ปัดขึ้นลงเมื่อร้องท่อน “ไม่อยากรักคนที่ไม่อยากรักเรา” เป็นภาพที่แรกของ Beau (โบ)” อัลบั้มของเธอในปี 2539 ตามมาด้วยภาพลักษณ์เด็กสาวเสียงดี ในชุดกะลาสีเรือ ที่เป็นภาพจำมาจนถึงทุกวันนี้

“ล้านตลับ” รวดเร็วที่สุดของแกรมมี่

เมื่อ “ไม่อยากรักคน (ที่ไม่อยากรักเรา)” เข้าสู่หน้าปัดวิทยุเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2539 กระแสความนิยมที่ถล่มทลายก็ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว รุนแรงและต่อเนื่องด้วย “พรุ่งนี้ (จะไปกับเธอ)” / “เธอไม่เคยถาม” / “ไม่มีอีกแล้ว” และ “ฉันรู้” จนภายในเวลาแค่สองสัปดาห์ เธอก็ได้รับสายจากพี่ปอนด์ ธนา ว่ายอดขายตอนนี้ไปได้กว่าแปดแสนตลับแล้ว ซึ่งเธอยังจำได้ว่า อารามตกใจและความเป็นเด็กในตอนนั้น ทำให้เธอหลุดโพล่งใส่พี่ปอนด์ไปว่า “พอแล้ว ๆ พี่ ไม่ต้องขายแล้ว” ไปเสียด้วยซ้ำ

ภายในเวลา 28 วัน ไม่ทันจะถึงเดือนกันยายนดี เธอก็ได้กลายเป็นเจ้าของสถิติศิลปินล้านตลับที่ทำยอดขายเร็วที่สุดไปเสียแล้ว จนได้มีการเปลี่ยนปกอัลบั้มและทำเพลงพิเศษ “ขอเป็นคนของเธอ” เพิ่มเข้าไป แล้วใครมันจะไปคิดว่าการพูดเล่นกับพี่ปอนด์ ธนา ในห้องอัดเพลงขอเป็นคนของเธอว่า “เจอกันล้านหน้านะพี่” มันจะกลายเป็นความจริง เพราะอัลบั้มพิเศษ เพิ่มเพลงอีกหนึ่งเพลงนี้ก็ได้ล้านตลับอีก ! และเป็นที่มาของเพลงพิเศษฉลองอัลบั้มพิเศษนี้อีกที นั่นก็คือเพลง “พรุ่งนี้จะรักฉันไหม”

และถ้าใครที่ยังมีคำตอบอยู่เต็มหัวใจว่า “พรุ่งนี้ก็ยังรักโบอยู่” ก็ต้องไม่พลาดคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 22 ปี ของโบ สุนิตา กับ RHYTHM Of BEAU SUNITA Concert วันที่ 23 – 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ Royal Paragon Hall เป็นเจ้าของบัตรกันได้แล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา

 

Comments