Home Edutainment “เกย์ วิลเลจ” แมนเชสเตอร์ เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอล!

“เกย์ วิลเลจ” แมนเชสเตอร์ เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอล!

เรื่อง/รูป : POGGHI

 

ถ้าเอ่ยถึงเมือง “แมนเชสเตอร์” ผมเชื่อว่าคนไทยแทบทุกคนมักนึกถึงทีมฟุตบอลเป็นอันดับแรก ๆ เพราะเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของลอนดอนเป็นที่ตั้งของทีมยักษ์ใหญ่ถึงสองทีม ได้แก่ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ถ้าหากไปถามกลุ่มนักประวัติศาสตร์ สายวิชาการ ก็อาจนึกถึงเมืองแห่งอุตสาหกรรมสิ่งทอในอดีต เมืองที่เป็นศูนย์กลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมโลกเมื่อกว่าศตวรรษก่อน เมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นทางรถไฟขนส่งสาธารณะอังกฤษที่เชื่อมไปสู่ลิเวอร์พูล หรือไม่ก็นึกถึงมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของประเทศ

แถมอีกนิดสำหรับการไปถามกลุ่มนักฟังเพลง ก็คงนึกถึงวง oasis ซึ่งพี่น้องตระกูลกัลลาเกอร์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ได้ร่วมกันสร้างตำนานแห่งวงการเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อก-บริตป็อปเอาไว้ราวสองทศวรรษก่อน

ทั้งหมดที่กล่าวมา น่าจะเป็นภาพแทนหลัก ๆ ของเมืองนี้ในสายตาของคนที่ยังไม่เคยไปเยี่ยมเยือน แต่จะมีใครจะรู้บ้างไหมว่า แมนเชสเตอร์ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องความหลากหลายทางเพศ มีย่านที่เรียกว่า “แมนเชสเตอร์ เกย์วิลเลจ” ที่มีชื่อเสียงระดับทวีปยุโรปเชียวล่ะครับ และว่ากันว่า จำนวนประชากรกลุ่ม LGBT ของอังกฤษ แมนเชสเตอร์เป็นรองเพียงแค่ลอนดอนเท่านั้น

ผมก็ไม่ทราบข้อมูลของย่านนี้มาก่อนล่วงหน้า ตั้งใจไปเยือนเมืองนี้ด้วยวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการไปชมสนามฟุตบอลทีมโปรด ที่โดยส่วนมากนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด มักใช้บริการรถราง หรือรถบัส มุ่งตรงแน่วไปสู่สนามฟุตบอลเลย แต่ด้วยสไตล์การท่องเที่ยวส่วนตัวที่ชื่นชอบเตร็ดเตร่สำรวจเมืองด้วยสองเท้า ผมจึงแบ่งเวลาไปกับการเดินเล่นดูบรรยากาศเมืองสักหน่อย จนกระทั่งไปเจอย่าน เกย์ วิลเลจ ในที่สุด (เดินเล่นไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอ เพราะห่างจากสถานีรถไฟ Manchester Piccadilly ประมาณ 400 เมตร เท่านั้นเอง)

ย่าน LGBT ประจำเมืองแมนเชสเตอร์ มีอีกชื่อหนึ่งว่า Canal Street เป็นถนนเลียบคลองเล็ก ๆ ชื่อ Rochdale ซึ่งเป็นคลองเก่าแก่กว่าสองศตวรรษ ถนนสายนี้ก็สร้างขึ้นระยะเวลาไล่เลี่ยกัน

สมัยก่อนย่านนี้ก็เป็นแหล่งพบปะแนว Red-Light หรือ พูดง่าย ๆ คือ เป็นย่านเที่ยวกลางคืน มีกลิ่นอายสถานที่อโคจรนิด ๆ แหล่งมั่วสุมยามค่ำคืนหน่อย ๆ แต่จุดเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงประมาณยุค 90s เมื่อผับบาร์ต่าง ๆ เริ่มมีการออกแบบให้ดูเป็นมิตรมากขึ้น เน้นการใช้กระจกใส การเปิดโล่งของร้านรวง เพื่อให้คนภายนอกได้เห็นกิจกรรมต่าง ๆ แทนที่จะปิดทึบ ๆ (ในยุคก่อน สถานที่พบปะของชาว LGBT มักเป็นสถานที่ปิด บรรยากาศแนวหลบ ๆ ซ่อน ๆ ) นับเป็นความโชคดีที่ยุคบุกเบิกนั้น มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายคน ได้ร่วมกันเติมแต่งบรรยากาศให้ Canal Street มีความเป็นย่านธุรกิจที่มีกลิ่นอายความน่ารักน่าเที่ยวมากกว่าจำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นอกจากนี้ กุญแจสำคัญอีกด้านที่ปรับภาพลักษณ์ให้เกย์ วิลเลจ แห่งแมนเชสเตอร์ ยิ่งดูดีขึ้นไปอีก คือ การออกกฎหมายของสภาประจำเมือง ที่มุ่งเน้นเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติเพียงเพราะความแตกต่างทางเพศสภาพ ซึ่งนั่นมีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ เกย์ และเลสเบี้ยน ในเมืองแห่งนี้ มิสิทธิเท่าเทียมเพศอื่น รวมทั้งยังมีส่วนร่วมในหน่วยงานรณรงค์ความรู้เกี่ยวกับ HIV อีกด้วย

เกย์ วิลเลจ แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ พัฒนาอย่างมีทิศทางมากว่า 3-4 ทศวรรษ ความคิดอันก้าวหน้าของคนในชุนชนและเมืองแห่งนี้ ทำให้ในวันนี้ย่านสีรุ้งไม่ได้เป็นแค่แหล่งพบปะของชาว LGBT ที่ชายจริงหญิงแท้เดินเข้าไปแล้วรู้สึกประดักประเดิดทำตัวไม่ถูก หากแต่เป็นถนนสายน่ารัก ๆ ที่ผมคิดว่าใคร ๆ ก็เดินไปเที่ยวได้โดยไม่รู้สึกแตกต่าง หรือกลายเป็นคนนอก

บรรยากาศของโรงแรม ร้านอาหาร ผับ บาร์ ในช่วงกลางวันของที่นี่ ก็ดูน่ารัก อบอุ่น และสดใส มีจุดสตรีทอาร์ต ธงสีรุ้ง สถาปัตยกรรม ร่มเงาจากแมกไม้ ผสมกลมกลืนกันได้น่าเดินเล่นเป็นที่สุด

ส่วนภาคกลางคืน เมื่อดูจากผับบาร์ที่เรียงรายไปตามแนวลำคลองแล้ว ผมเดาว่าก็คงคึกคักตามสไตล์ความสนุกสนานแบบฉบับชาว LGBT ถ้าอยากหาแหล่งแฮงก์เอาท์ยามราตรีที่เปิดรับความหลากหลาย ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ (เมากลับไม่ไหว ก็มีโรงแรมแถวนั้นเพียบ ไม่ต้องกังวล)

ดังนั้น ใครมีโอกาสไปเยือนเมืองแมนเชสเตอร์ ผมอยากให้ลองเพิ่มโปรแกรมสำรวจย่านนี้ดูนะครับ ไปเปิดโลกทัศน์ด้านการพัฒนาชุมชนหรือกลุ่มทางสังคมที่ประสบผลสำเร็จ หรือถ้าไปแบบไม่ต้องคิดสาระอะไรมากมาย ก็ถือซะว่าแวะไปถ่ายรูปในย่านน่ารัก ๆ เก๋ ๆ ก็ได้

แต่สาระสำคัญที่สุด ผมคิดว่า เกย์ วิลเลจ ณ แมนเชสเตอร์ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจดี ๆ ที่เราได้เรียนรู้บรรยากาศความหลากหลายในยุคที่โลกตระหนักในคุณค่าความเท่าเทียมกันของทุกเพศสภาพครับ

Comments