Home Happening “รัศมีแข” ผู้ทำลายคำสาปของเพศที่สาม!

“รัศมีแข” ผู้ทำลายคำสาปของเพศที่สาม!

คำสาปของเพศที่สามมีอะไรบ้าง…สังคมปรามาส? ถูกเหยียดหยาม? ความรักที่ไม่สมหวัง? วันนี้เราอยู่กับ “รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น” นักแสดงและพิธีกรลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน-อเมริกันชื่อดังที่ทลายกำแพงคำสาปที่ว่าให้พังทลายลงไป ไม่ว่าจะถูกบูลลี่สมัยเรียนที่สวีเดน หรือคำครหาว่าทำไมไม่มีแฟนสักที เธอคนนี้ผ่านมาแล้วทั้งนั้น และนี่คือชีวิตของเธอคนนี้…

 

“รัศมีแข” รู้ตัวว่า “เป็น” ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ตั้งแต่เด็ก…เราใส่กระโปรงไปโรงเรียน แล้วครูถามว่าทำไมใส่มา แม่เราก็อารมณ์ว่าช่างมันเถอะ แต่เราก็สังเกตตัวเองนะว่าทำไมเด็กผู้ชายไม่ใส่กระโปรงกัน เราก็เลยไม่ใส่ ซึ่งการที่คุณแม่ให้เราใส่กระโปรงตอนนั้นคือคุณแม่รู้แล้วแหละว่าเราเป็น แม่ก็สปอยเต็มที่เลยอยากทำอะไรก็ได้ทำ ส่วนคุณพ่อเราไม่เคยเจอกัน”

“พอมาตอนโต ก็มีบ้างที่เจอแบบ ทำไมเป็นตุ๊ด ทำไมไม่มีแฟนซักที ทุกวันนี้ก็พิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าเราประสบความสำเร็จ กลายเป็นว่าเรายืนหนึ่ง”

ถ้าอย่างนั้นเพศที่สามต้องคอยพิสูจน์ตัวเองใช่ไหม

“เพราะเราเป็นเพศที่แปลกใหม่” คุณแขยอมรับ “แขมองว่าการที่เพศที่สามเรียกร้องต่าง ๆ เราก็ต้องเห็นใจเพศธรรมดาด้วย เพราะเค้าอาจจะไม่เคยเจอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ จึงมีความไม่เข้าใจ ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจซึ่งกันและกันต่อไป เราก็ต้องทำให้เค้าเห็นว่าเราเป็นคนปกตินะ…อาจจะมีโอเวอร์แอคติ้งไปบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เราเองก็หาคำตอบไม่ได้ และเพศก็ไม่ได้เป็นตัววัดว่าเราเป็นคนดีหรือไม่ดี เพราะถ้าจะพูดแบบนั้น เอาคดีอาชญากรรมในประเทศไทยมาแบดูเลย ส่วนใหญ่เกิดเพราะผู้ชายทั้งนั้น แต่เราก็ไม่สามารถพูดได้ว่าผู้ชายทุกคนไม่ดี”

“ความสตรอง” ที่มีมาตั้งแต่เด็กของรัศมีแข

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตมันทำให้เราสตรองขึ้น เราทะเลาะกับแม่ตอนอายุ 15 หนีออกจากบ้านไปนอนบ้านเพื่อน ทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็ก จนมาอยู่ไทยก็ไม่ได้รับการซัพพอร์ตจากญาติเท่าที่ควร เราก็ดิ้นตัวเองอย่างเต็มที่”

“ตอนเรียนอยู่สวีเดนก็เจอโดนแกล้งแบบว่าพยายามจะอยากรู้ให้ได้ว่าเราเป็นตุ๊ดรึเปล่า…เราก็เฉย แต่ก็โอ๊ย! จะอะไรนักหนา สวีเดนก็มีตุ๊ดนะแต่อาจเพราะเราเป็นตุ๊ดเอเชีย และอาการเราก็เยอะกว่าคนอื่น เราก็เลยต้องอยู่แบบอยู่เป็น คนชอบก็มี คนเหยียดก็มี”

แปลว่าการเป็นเพศที่สามในต่างแดน เป็นคนเอเชีย ไหนจะประเด็นเรื่องสีผิวอีก เท่ากับว่าเราโดนเหยียดเป็นมิติทับซ้อนกัน ตัวเราเองจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?

“เราทำตัวดีไง” เธอตอบทันควัน “เราเป็นเด็กเรียนเก่ง ประพฤติดีเราก็เป็นที่รักของอาจารย์…แค่นี้จบ ถ้ามาวัดกันด้วยคำพูดเราสู้ไม่ได้เพราะเราเลือกจะเงียบ แต่ถ้ามาวัดกันด้วยฝีมือ…ที่เค้ายอมรับเรามากที่สุดคือ ‘การที่แขพยายามพูดภาษาสวีดิช’ เราพยายามคบกับคนสวีดิช มันทำให้การพูดภาษาของเราไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ พอเราพูดภาษาเค้าได้มันจะมีบทสนทนาที่ต่อไปเรื่อย ๆ เราต้องถีบตัวเองเยอะมาก พยายามเป็นส่วนหนึ่งของเค้า หลังจากนั้นใครจะมาฉอด ๆ ใส่เราเค้าก็ทำไม่ได้แล้วเพราะเราโต้กลับได้” เธอยิ้มแบบผู้ชนะ

“รัศมีแข-โจนาส” จุดเริ่มต้นที่คำสาปความรักถูกพังทลาย

“มันจะมีคล้าย ๆ กับเฟซบุ๊กของสวีเดน แต่จะเป็นของพวกเก้งโดยเฉพาะ เค้า (คุณโจนาส) ก็ทักมาก่อน” คุณแขเล่าย้อนถึงวินาทีแรกที่รู้จักกัน “เราก็คุยกันซักพัก แล้วเราก็เงียบจนผ่านไปปีกว่า เค้ากลับมาทักเราอีกรอบ เราก็เลยลองคุยกับเค้าดู”

“ด้วยความอยากมีแฟน แล้วเค้าก็ตื๊อมาพอดี น้ำหยดลงหินทุกวัน” คุณแขหัวเราะ “แต่เราไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเป็นสเต็ปมาก ๆ ตั้งแต่ขอเป็นแฟนครั้งแรก พาไปเจอพ่อแม่ สิ่งที่เราชอบเลยคือ ต่างคนต่างเป็นตัวของตัวเองแต่แรก ทุกอย่างเหมือนเดิมยังไงก็เป็นอย่างงั้น ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ก็มีบ้างเพราะตอนนี้ทางเค้าก็อายุมากแล้ว ก็จะอ้อนลูกหลาน แล้วเค้าจะนอยเวลาลูกหลานไม่คุยด้วย”

“เรื่องการยอมรับในตัวตนของเรา ทางบ้านสามีไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ทางแม่เราก็มีถามบ้างนะ ทำไมมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่เราไม่สนใจเพราะเราเป็นแบบนี้ เราจัดการดูแลชีวิตเราได้ และเราสามารถถีบตัวเองมาจนถึงจุดนี้”

เรามีชมรมแม่บ้านสวีดิชไหม

“เราจะตั้งชมรมผัวฝรั่งกัน เป็นแก๊งของเรา” คุณแขหัวเราะอีกครั้ง “ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมีแฟนฝรั่ง เพราะเราทำงานหนักมากมาตลอด แขมีแฟนตอนอายุ 20 เป็นแฟนคนแรกแล้วก็มึน ๆ จนมาได้แต่งงาน…คนเดียวเลย” เธอเน้นเสียงย้ำ “เราอยากมีแฟนอยู่แล้วแหละ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องถึงขั้นแต่งงาน เพราะเราเป็นคนไม่มีความรักมาก่อน พอเรามีความรัก เราก็พยายามมาด้วยกันจนรอดมาถึงทุกวันนี้ เรามีความสุขนะแต่อีกด้านนึงเราก็ไม่อยากจากกัน ไม่อยากเริ่มต้นใหม่แล้ว”

จัดการเรื่อง Long Distance Relationship ยังไง ในเมื่อคุณแขก็ต้องอยู่ที่ไทย ในขณะที่คุณโจนาสอยู่สวีเดน

“ตอนนี้มัน 13 ปีแล้ว ขอบคุณมากที่เราใช้ชีวิตกันในแบบของตัวเอง เราไปเจออะไรมาในตอนเช้าเราจะมีเรื่องคุยกันทุกตอนเย็น มันโตจนทุกคนมีหน้าที่กันหมดแล้ว ก็ใช้ชีวิตต่างกันแค่ 7 ชั่วโมง เดี๋ยวสิ้นเดือนก็บินมา เดี๋ยวเราก็เจอกัน ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง”

“เคยคิดว่าจะไปอยู่ที่นั่นถาวรเหมือนกัน” เธอกล่าว “แต่ตอนนี้พี่ต้นหอมมีน้องปกป้องแล้ว แขจะขอตลอดว่า อยากให้น้องมาเรียนที่สวีเดน ถ้าวันหนึ่งพี่ต้นหอมโอเค เราก็อาจจะกลับไปอยู่ที่โน่นแล้วก็ดูแลน้อง”

วางอนาคตครอบครัวไว้อย่างไร

“เราพยายามสร้างฐานะให้ได้มากที่สุด พยายามทำธุรกิจเพื่อสร้างฐานะ เหมือนคนมีครอบครัวเพราะเราเริ่มใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นแล้ว”

“ถ้าวันนึงต้องเลิก…แขเตรียมตัวแล้วมันก็เสียใจ จะเลิกก็เลิกมันทำอะไรไม่ได้ มันก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งความสมบูรณ์แบบของชีวิตแข เวลาแขเสียใจ แขคือมนุษย์คนนึงที่มีอารมณ์ความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง นี่คือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ”

“ถ้าจากตาย” แขคิดเสมอว่าถ้าวันหนึ่งเราตายแล้ว อย่างเช่นปกป้อง…เค้าจะรู้ไหมว่าเรารักเค้ามาก พอคิดแบบนี้ แขก็จะเต็มที่ในทุก ๆ วัน บอกรักคนรอบข้างทุกวัน จนวันหนึ่งที่เราจากไป เราจะได้ไม่รู้สึกเสียดาย อย่างน้อยที่สุดเรามีความสุขในทุก ๆ วัน มีเวลาเจอกัน จบ พอ”

“รัศมีแข” ศรัทธาในรักแท้ของ LGBTQ แค่ไหน

“ไม่ได้ต่างจากคู่คนปกติเท่าไหร่” เธอตอบด้วยเสียงปกติ “คนจะมองว่า LGBTQ คือการยอมรับว่าทั้งคู่สามารถไปมีอะไรกับใครก็ได้ แต่แขว่ามันคือการใช้คำที่ต่างกัน ต่างฝ่ายต่างยอมรับและเรียนรู้ คนอาจจะมองว่าไม่มีหรอกรักแท้ในหมู่เกย์ แล้วทำไมผู้ชายมีเมียน้อยล่ะคะ?” คุณแขตั้งคำถามกลับ “สิ่งหนึ่งที่มันต่างคือ…’เราไม่มีลูก’ เราคงเกิดมาเพื่อที่จะหาความสุขให้ตัวเราเอง เราก็ทำงานและหาความสุขของเราไป แต่ก็คงไม่ฝืนธรรมชาตินะ จะมีลูกก็มี ไม่มีก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร“

อยากบอกอะไรกับคนที่หมดศรัทธาในความรัก?

“ความรักมันไม่จำกัดเพศ ความรักคือความโชคดี เหมือนหวย ถ้ามันถูกมันก็ใช่ถ้ามันไม่ถูกก็ต้องซื้อใหม่เรื่อย ๆ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ หลายคนก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในความรัก แต่เราโชคดีที่เรามีตรงนี้ในวันนี้ แค่นั้นก็พอแล้ว”

ขอบคุณสถานที่: Café Amazon GMM Grammy Place

Comments