Home Happening “มาช่า วัฒนพานิช” ชีวิตที่ไม่หยุด ถ้ายังไม่ถึงที่สุด!

“มาช่า วัฒนพานิช” ชีวิตที่ไม่หยุด ถ้ายังไม่ถึงที่สุด!

ผู้หญิงลูกครึ่งไทย-เยอรมัน คนนี้ผ่านอะไรในวงการบันเทิงมาอย่างมากมาย และผ่านทุกบทบาทเท่าที่คน ๆ นึงจะทำได้ในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งความอดทนที่ตัวเองมีให้กับการทำงาน ความท้าทายในสายอาชีพ สู่การรู้ลิมิตของตัวเองว่าเมื่อไหร่ควรพักและหันกลับมาหาครอบครัว นี่คือชีวิตของคนที่มีชื่อว่า “มาช่า วัฒนพานิช”

 

ชีวิตในวงการของผู้หญิงที่ชื่อ “มาช่า วัฒนพานิช” ผ่านเส้นทางมาหลากหลายรูปแบบเริ่มต้นจากการเป็นนางแบบ นักแสดง นักร้อง มาถึงเป็นเมนเทอร์ในรายการประกวดนางแบบ ทำให้ผู้หญิงคนนี้มีหลากหลายมิติเหลือเกินขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นแฟนคลับเธอในแง่มุมไหน แต่สิ่งที่เธอรักเธอชอบคืออะไรกัน?

“ตอนนั้นเราชอบทางการทำเพลงมากกว่านะ” คุณมาช่าเล่า “แต่ด้วยจังหวะหรืออะไรก็แล้วแต่เราเลยได้ไปเล่นภาพยนตร์ก่อน หลังจากนั้นก็ได้มารู้จักกับค่ายแกรมมี่ แล้วก็ได้ทำทุกอย่างเลยทั้งเพลง ละคร ภาพยนตร์ ถ่ายแบบ” ซึ่งทั้งการเป็นมาทุกอย่างของคุณมาช่านี่เองที่หลายคนสงสัยว่าแบ่งเวลาให้กับชีวิตอย่างไร?

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา “มันต้องใช้ความอดทนสูงมาก บางทีเราก็ไม่รู้ตัวหรอก แต่จากที่คนรอบตัวบอกมาว่าถ้ามาช่าพูดว่า ‘ไม่ไหวแล้ว’ ‘เจ็บ’ อะไรแบบนี้ คือต้องหยุดเพราะมันถึงที่สุดแล้วจริง ๆ”

อย่างที่ผู้หญิงคนนี้บอกว่าทำมาทุกอย่างแล้วทั้งเพลง ละคร ภาพยนตร์ ถ่ายแบบ ตกลงแล้วตัวตนของคุณมาช่าคืออะไร?

“อยากใช้คำว่าเราเป็นอาร์ติสท์มากกว่า” เธอตอบและยิ่งเราถามว่าภาพลักษณ์ที่เราเห็นว่าเฟียร์ซ ๆ อย่างในรายการ The Face Thailand ที่หลาย ๆ คนขนานนามให้เธอเป็น “คุณแม่” นั้น จริง ๆ เธอเป็นอย่างนั้นหรือไม่?

“จริงเป็นคนนิ่ง ๆ เฉย ๆ ง่าย ๆ อยากใช้เวลาสนุกไปกับเพื่อน ๆ เรียบง่าย แต่ด้วยอาชีพของเราเลยทำให้ได้ทำแต่อะไรที่มันยาก ๆ อาจจะเพราะด้วยลุคของที่เป็นแบบนี้และเราก็มักจะทำได้”

“อย่างเช่นหงส์เหนือมังกรที่เหมือนจะทำไม่ได้” เธอเล่าถึงละครที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ในปีพ.ศ. 2543 “แต่พอออกมาเราก็กลายเป็นจีนจ๋าไปซะได้ หรือนางสาวไม่จำกัดนามสกุลก็ต้องเล่นเป็นตั้ง 5 คาแรคเตอร์ คนเลยอาจจะติดในภาพที่เห็น อย่างเช่นชุดสาวเปรี้ยว กระโดดฉีกขา แรก ๆ ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทำได้หรอก แต่เพราะเราไม่ยอม…เราจะต้องรักษาหน้าที่การงานของตัวเอง ถ้าไม่ดีก็ไม่ปล่อย ค่อนข้างจะเป็นเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ประมาณนึง แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือตัวจริงเราไม่ได้เป็นแบบนั้น ออกจะตรงกันข้ามด้วย” คุณมาช่าหัวเราะเบา ๆ

ตลอดเส้นทางบันเทิงที่ผ่านมา “มาช่า วัฒนพานิช” ผ่านรูปแบบชีวิตมานับไม่ถ้วน ทั้งจุดสวยงาม จุดที่รายล้อมไปด้วยมรสุม จุดที่กลายเป็นดาวค้างฟ้า หรือจุดที่กลายเป็นคุณแม่ของหลาย ๆ คน ชีวิตที่เต็มไปด้วยไดนามิกและความวุ่นวายแบบนี้ เซฟโซนของเธอก็เป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก “ที่บ้าน”

“บ้านคือที่ที่เราจะเป็นตัวเองได้มากที่สุด แต่เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เรายังจัดการอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ ก็จะมีบ้างที่เอาอารมณ์จากที่ทำงานกลับไปบ้าน แต่ตอนนี้เราโตขึ้นแล้ว ก็จะพยายามเตือนตัวเองว่าถ้าอะไรที่มันหนักอารมณ์เกินไปก็อย่าไปรับมัน เราทำงานมานานมากแล้วเราต้องจัดการให้ได้ เราคิดว่าแค่ก้าวออกจากบ้านก็ไม่เป็นส่วนตัวแล้ว เวลาเราอยู่กับตัวเองก็จะนิ่ง ๆ ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ มากกว่า”

“ตัวงานเราก็ไม่เหมือนกับคนอื่น” คุณมาช่าเอ่ยถึงธรรมชาติของชีวิตในวงการของเธอ “เช่น แต่งหน้าพร้อมเข้าฉากตั้งแต่เช้าตรู่ แบบตีสองตีสาม เพื่อจะเข้าฉากร้องไห้โฮ แล้วจริง ๆ เราไม่ได้เศร้า ทุกอย่างมันผิดปกติไปหมด มันเป็นแบบนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว ตอนที่เล่นเรื่องแฝด ก็ต้องมีเพลงฟังตลอดเวลาเลยนะ เพราะมันเครียดมาก เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนะ…การที่เราเอาตัวละครกลับบ้านไปด้วย สมัยก่อนบางทีเค้าถ่ายกันจนถึงตีสามแล้วสิบโมงกลับมาใหม่ ต่อเนื่องกันแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวนะ ตอนนี้คือไม่ได้แล้ว ถ้าต้องทำต้องทำให้มันเป็นระบบ”

แปลว่าที่ผ่านมาเธอต้องรับมือกับการถูกคาดหวังจากผู้คนใช่หรือไม่? ซึ่งคำตอบจากปากของเธอก็แล่นออกมาแทบจะในทันที

“ต้องบอกว่าเราถูกคาดหวังจากเรื่องนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว มันเหนื่อยนะ” เธอเว้นจังหวะ “เคยถึงขั้นพูดกับตัวเองเลยว่าเราทำได้แค่นี้แหละคือที่สุดของเราแล้ว คนเรามันต้องมีลิมิตของตัวเองด้วย สิ่งที่เราทำได้คือ ‘พัก’ หยุดสื่อสารกับคนอื่นสักพักหนึ่ง เทคโนโลยียังมีพัง แต่เราเป็นมนุษย์นะ มันต้องมีบ้างแหละ ยิ่งเราเป็นผู้หญิงด้วยแล้วมันจะเรื่องมากกว่าผู้ชายเยอะมาก แต่ก็ชินแล้วนะ  เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ทำงานตรงนี้”

“มันมีหลายปัจจัย เกี่ยวกับครอบครัวและความรัก” เธอเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ชีวิตของตัวเธอเองเปลี่ยนไปตลอดเวลา “คือเราให้ความสุขแฟนคลับและคนดูมาตลอด แต่ลึก ๆ แล้วเราอยากอยู่กับครอบครัวมากกว่านี้” คุณมาช่าพูดถึงความในใจของ “ยิ่งเราโตขึ้นเรายิ่งต้องโฟกัสกับครอบครัวมากขึ้น ตอนนี้เราได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นแล้ว ก็สบายใจขึ้น ทำงานมาเยอะเราก็อยากสบาย ๆ พักผ่อนบ้าง แต่ชีวิตก็ตลกนะ” เธอหัวเราะอีกครั้ง “ช่วงที่อยากพัก…งานมาเต็มเลย แต่พอช่วงไหนอยากทำงาน…ตารางโล่งเชียว งานเรามันก็ไม่ใช่งานประจำ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เพราะฉะนั้นก็ต้องลุ้นนะ”

ถ้าอย่างนั้นอะไรที่ทำให้คนยังจดจำผู้หญิงที่ชื่อ “มาช่า วัฒนพานิช” ได้จนถึงวันนี้

“คิดว่าตัวเองค่อนข้างโชคดี และน่าจะเป็นที่ผลงานของเรานั่นแหละ ที่ทำให้เราได้อยู่มาทุกยุคจนถึงทุกวันนี้…ขอบคุณทุกโอกาสค่ะ”

ส่วนใครที่เป็นแฟนคลับของคุณมาช่า หรืออยากอัพเดตผลงานล่าสุดของเธอก็อย่าลืมไปฟังเพลง “ขึ้นมาบนรถ” ซิงเกิลล่าสุดพิเศษที่ทำร่วมกับ “โพลีแคท” ในโปรเจกต์ “Gravity” ถ้าอยากรู้ว่าระดับตัวท็อปกับตัวท็อปมาร่วมงานกันแล้วจะสนุกสนานขนาดไหนล่ะก็…ไปฟังกันได้เลย

Comments