Home Space Actually “ขั้วใต้” ของดวงจันทร์มีอะไร ทำไมประเทศมหาอำนาจถึงแห่กันไปสำรวจ!

“ขั้วใต้” ของดวงจันทร์มีอะไร ทำไมประเทศมหาอำนาจถึงแห่กันไปสำรวจ!

คงจะมีสาเหตุอะไรอยู่เบื้องหลัง หลังถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่โครงการอะพอลโลในช่วงทศวรรษที่ 70 อยู่ดี ๆ เหล่าประเทศที่มีความก้าวหน้าทางการสำรวจอวกาศ เช่นสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และแม้กระทั่งอินเดีย ต่างกำหนดโครงการที่จะมุ่งตรงไปสำรวจ “บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์” เหมือน ๆ กัน

สำหรับคนที่มีความสนใจข่าวทั้งด้านการสำรวจอวกาศจะพบว่า ช่วง 20 ปีหลังที่ผ่านมา “ดาวอังคาร” ตกเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่หลายฝ่ายทุ่มเท ที่จะส่งไปสำรวจให้จงได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐอย่าง NASA ของสหรัฐฯ  ESA ของยุโรป ISRO ของอินเดีย หรือเอกชนอย่าง SpaceX ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ก็ตาม ซึ่งรายหลังนี้ถึงกับประกาศว่าจะนำมนุษย์ขึ้นไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารให้ได้ ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า  แม้แต่ในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเองก็ตอบรับกระแสนี้ ด้วยการเข็นภาพยนตร์เรื่อง The Martian เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์ ที่นำแสดงโดยพระเอกแม็ตต์ เดม่อนออกมาฉายในปี 2015

จะเห็นได้ว่าดวงจันทร์หายไปจากความสนใจของการสำรวจอวกาศนานมาก เหตุผลสำคัญคือ  ดาวอังคารมีสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมกับมนุษย์มากกว่าดวงจันทร์หลายเท่า ยกตัวอย่างเช่น ดาวอังคารมีท้องฟ้า มีเมฆ มีฤดูกาลไม่ต่างจากโลกของเรา มีสภาพอากาศที่ไม่ทารุณโหดร้ายจนเกินไป เวลากลางวันช่วงฤดูร้อนที่เส้นศูนย์สูตรของดาวอังคารมีอุณหภูมิ 20 °C  เรียกได้ว่าเย็นสบายน่าอยู่ ถึงแม้ยามค่ำคืนหรือในฤดูอื่นจะหนาวเย็นมากก็ตาม  เวลาหนึ่งวันบนดาวอังคารก็ยาวนานพอ ๆ กับเวลา 1 วันบนโลก และหากปราศจากชุดอวกาศ คุณก็ยังรอดชีวิตอยู่บนดาวอังคารได้เกือบ 2 นาที แต่ทั้งหมดนี้แตกต่างจากดวงจันทร์ดังฟ้ากับเหว

บนดวงจันทร์นั้น เวลา 1 วันยาวนานเกือบเท่ากับ 28 วันบนโลก ไม่มีอากาศ ไม่มีท้องฟ้า เงยหน้าขึ้นไปจะเห็นแต่อวกาศที่มืดมิด อุณหภูมิยามกลางวันร้อนถึง 127 °C เรียกว่าน้ำเดือดทันทีที่สัมผัสแสงอาทิตย์ และนั่นหมายถึงคุณจะตายทันทีที่ถอดชุดอวกาศออกมา การอยู่อาศัยบนดวงจันทร์ไม่แตกต่างกับการอยู่ในอวกาศเปล่า ๆ อย่างดีก็มีพื้นดินให้เหยียบเท่านั้น แต่อะไรทำให้เป้าหมายการสำรวจอวกาศเปลี่ยนเข็มมาหาดวงจันทร์

เหตุผลสำคัญคือระยะทาง หากเราไม่กลัวสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเหมือนในสมัย อะพอลโล เราสามารถเดินทางตรงจากโลกสู่ดวงจันทร์ภายใน 3 วัน แต่หากเราจะเดินทางไปดาวอังคาร เราต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งปีเป็นอย่างน้อย ลองคิดถึงการนั่งอยู่บนเก้าอี้เครื่องบินโดยสารนานครึ่งปี มันเป็นอะไรที่เกินคำว่าทรมาน ( อันที่จริง 3 วันก็แย่แล้ว)​

เหตุผลที่ตามหลังมาหลังจากระยะทางใกล้โลกเป็นปัจจัยก็คือ มีการสำรวจพบหลุม

อุกกาบาตโบราณขนาดมหึมาที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ ทุกสิ่งทุกอย่างภายในหลุมอุกกาบาตนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาหลายพันล้านปี ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะไปเก็บตัวอย่างสิ่งที่มีมาตั้งแต่ช่วงก่อกำเนิดของระบบสุริยจักรวาล  นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่ภายในหลุมอุกกาบาตนี้เป็นพื้นที่ที่แสงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึง  และปรากฏมีน้ำแข็งปริมาณ 100 ล้านตันซ่อนอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าเมื่อมีน้ำ ก็จะสามารถแยกออกเป็นออกซิเจนสำหรับหายใจ และไฮโดรเจน สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง

ในหลุมอุกกาบาตยักษ์ที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ ยังมีแร่ธาตุสำคัญอีกมากมาย เช่น แอมโมเนีย มีเทน โซเดียม ปรอท และแร่เงิน ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้รวมทั้งน้ำปริมาณมากมาย ทำให้การตั้งอาณานิคมที่มีมนุษย์อยู่อาศัยบนผิวดวงจันทร์ในอนาคต​มีความเป็นไปได้สูง  แน่นอนว่าสามารถใช้เป็นที่พักกลางทาง ในการสำรวจอวกาศที่ไกลออกไปได้ด้วย

วันที่ 7 กันยายนเดือนหน้านี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด ยานอวกาศแห่งความภาคภูมิใจของอินเดียคือ “จันทรายาน-2” จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์นี้ เพื่อทำสถิติเป็นชาติที่ 4 ของโลก ที่สามารถลงจากผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ ถัดจากโซเวียต สหรัฐอเมริกาและจีน โดยจันทรายาน-2 จะทำการสำรวจและส่งข้อมูลสำคัญของขั้วใต้ดวงจันทร์กลับมา  เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญ สำหรับส่งมนุษย์อวกาศตามไปในอนาคต ส่วนชาติมหาอำนาจอื่น ๆ เช่นสหรัฐ ก็จะส่งมนุษย์อวกาศในโครงการ “อร์เทมิส” ไปลงที่ขั้วใต้ดวงจันทร์เช่นเดียวกันในปี 2024 และจีนกับยุโรปก็จะตามไปหลังจากนั้น

อวกาศเป็นดินแดนมฤตยูที่ท้าทาย ที่แล้วมาการลงทุนไปในอวกาศก็เพื่อชื่อเสียง แต่อีกไม่นาน อวกาศจะเริ่มส่งผลประโยชน์เป็นรูปธรรมกลับมา ไม่ว่าจะในรูปของแร่ธาตุจากการทำเหมือง หรือการเตรียมการเป็นที่อยู่อาศัยสำรองเผื่อเอาไว้ในวันหนึ่งที่โลกของเราถูกความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ทำให้เกิดความแปรปรวนทางธรรมชาติจนอยู่อาศัยไม่ได้ มนุษย์เราจะได้มีที่ไป

Comments